สนามข่าว 7 สี

บช.น.รับรถตำรวจชนวัยรุ่น แต่ไม่ใช่ชนแล้วหนี

เหตุการณ์ที่รถควบคุมผู้ต้องขังของตำรวจชนเข้ากับวัยรุ่นคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ตำรวจนครบาลออกมายอมรับว่าเกิดเหตุจริง แต่ขณะเดียวกันก็ชี้แจงว่าข้อเท็จจริงไม่ใช่การชนแล้วหนี แต่ต้องรีบออกจากจุดเกิดเหตุเพราะประเมินสถานการณ์ว่าอาจเป็นอันตรายได้

จากเหตุการณ์ขณะที่รถควบคุมผู้ต้องขังตำรวจเฉี่ยวชนวัยรุ่นคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะขับต่อไปโดยไม่ได้หยุดรถ ที่มีผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์รายหนึ่งนำไปโพสต์พร้อมตั้งคำถามว่า ตำรวจควบคุมฝูงชนทำเกินกว่าเหตุหรือไม่

เรื่องนี้ พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้แถลงชี้แจงเองว่าข้อเท็จจริง คือรถคันดังกล่าวอยู่ระหว่างเดินทางกลับไปที่ สน.พลับพลาไชย 1 แต่ปรากฎว่าระหว่างเดินทางกลับมีผู้ชุมนุม 6-7 คน นำอาวุธวิ่งข้ามถนนไปทุบทำลายรถ และมีเสียงระเบิดดังขึ้นรอบรถหลายครั้ง ประกอบกับตำรวจที่ขับรถไม่มีอาวุธติดตัวไป จึงพยายามขับรถออกจากจุดดังกล่าว ก่อนจะมีวัยรุ่นคนหนึ่งพยายามกระโดดไปขวางหน้ารถจนเกิดการเฉี่ยวชนขึ้น ส่วนเหตุที่ชนแล้วไม่หยุดรถ จากการชี้แจงของตำรวจที่ขับรถ ประเมินแล้วว่าหากตัดสินใจจอดรถอาจเป็นอันตรายทั้งกับตนเองและทรัพย์สินของทางราชการ

ส่วนอาการบาดเจ็บล่าสุดของ สิบตำรวจตรี ธนาวุฒิ จิรคเชนทร์ ตำรวจควบคุมฝูงชนที่ได้รับบาดเจ็บถูกปาไปป์บอมบ์ใส่ใบหน้า เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา หลังเข้ารับการผ่าตัดนานกว่า 8 ชั่วโมง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพักฟื้นที่โรงพยาบาล  เบื้องต้นพบว่าจอประสาทตาปกติ คาดว่าไม่กระทบการมองเห็น

ส่วนกลุ่มทะลุแก๊: ประกาศลงในทวิตเตอร์ว่า จะขอยุติบทบาทชั่วคราวจนกว่าจะได้ข้อสรุปด้านยุทธศาสตร์ และจะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 18 ส่วนในวันที่ 30 จะไปรวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่ช่วงเย็นเป็นต้นมา พบว่ายังมีการรวมตัวของผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดง ก่อนจะมีการจุดไฟ โยนพลุและประทัดใส่เจ้าหน้าที่บริเวณหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงก๊าซน้ำตาไปยังผู้ชุมนุม จนผู้ชุมนุมย้ายไปรวมตัวบริเวณปากซอยถนนมิตรไมตรี ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่เข้ายึดคืนพื้นที่ในเวลาประมาณ 21.30 น. และจับกุมผู้ชุมนุมได้บางส่วน นอกจากนี้ยังมีการเชิญตัวสื่อมวลชนเพจราษฎร และเพจปล่อยเพื่อนเราไปสอบปากคำด้วย

ขณะที่พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้นำตัว 25 แกนนำไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชน ไปส่งให้อัยการพิเศษศาลแขวงสั่งฟ้องในความผิดฐาน ร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และข้อหาอื่น ๆ จากการชุมนุมสะพานผ่านฟ้า-ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 24 และ 26 มิถุนายน และวันที่ 3 และ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยพนักงานอัยการรับสำนวนไว้พิจารณา เพื่อนัดฟังคำสั่งต่อไป สำหรับคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 32 คน ที่เหลืออีก 7 คน พนักงานสอบสวนยังสอบปากคำไม่แล้วเสร็จ

ขอบคุณภาพจาก : Facebook The Reporters