7HDร้อนออนไลน์

วิธีป้องกันเด็กจากโควิด ในวันที่เด็กติดเชื้อเพิ่มขึ้น

#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด รายงานสถานการณ์เด็กทั่วโลกติดโควิดเพิ่มขึ้น พร้อมแนะนำวิธีดูแลเด็กให้ห่างไกลโควิด

ปัจจุบันสถานการณ์เด็กติดโควิดอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง เด็กติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั่วโลก เช่น ในสหรัฐอเมริกา จากข้อมูลของสมาคมกุมารแพทย์แห่งอเมริกา พบว่า

- ในสัปดาห์เดียวระหว่าง 26 ส.ค.-2 ก.ย. 2564 มีเด็กติดเชื้อเพิ่มขึ้น 251,781 คน คิดเป็น 26.8% ของจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในรอบสัปดาห์ ตัวเลขนี้น่าตกใจ เพราะถ้าเทียบกับผู้ติดเชื้อรวมตั้งแต่มีโควิด สัดส่วนเด็กติดเชื้ออยู่ที่ 15% เท่านั้น

- ขณะที่เมื่อดูตัวเลขรวม ปัจจุบันอเมริกามีผู้ติดเชื้อเด็กประมาณ 5 ล้านคน ในจำนวนนี้ 750,000 คน เป็นการเพิ่มในช่วงเดือนเดียว คือระหว่าง 5 ส.ค.-2 ก.ย. 2564

สถานการณ์เด็กติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด พบในหลายประเทศ แม้ในประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูง สาเหตุหลักมาจากเด็กส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับวัคซีน เพราะปัจจุบันอายุต่ำสุดที่รับวัคซีนได้คือ 12 ขวบ ซึ่งจำนวนเด็กที่ได้รับการฉีดก็นับเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่

การที่เด็กไม่ได้รับวัคซีนส่งผลให้ความเสี่ยงในการติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยเสี่ยงติดจากทั้งผู้ใหญ่ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และจากผู้ใหญ่ที่ได้วัคซีนแล้วแต่เป็นพาหะ นอกจากนี้แม้ในสถานการณ์ล็อกดาวน์ เด็กส่วนใหญ่ยังเสี่ยงติดเชื้อจากคนในครอบครัว

ทั้งนี้ เด็กกลุ่มเสี่ยงที่หากติดเชื้อแล้วมีอาการรุนแรง ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน เบาหวาน หอบหืด มะเร็ง โรคทางพันธุกรรม โรคทางระบบประสาท และภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ดังนั้น สิ่งที่ผู้ปกครองควรสอนเด็กๆ เพื่อดูแลตัวเอง ลดความเสี่ยงติดเชื้อ ได้แก่

1. สอนให้เด็กรู้จักรักษาระยะห่างจากผู้อื่น
2. สอนเด็กให้ล้างมือบ่อยๆ และถูกวิธี
3. รับวัคซีนเมื่อมีโอกาสหรือได้รับการจัดสรร
4. เด็กอายุมากกว่า 2 ขวบควรสวมหน้ากากในที่สาธารณะ
5. ให้เด็กที่ป่วยอยู่ในบ้าน ไม่ออกไปที่สาธารณะ
6. พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและระบบภูมิคุ้มกันทำงานดี

ทั้งนี้สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ผู้ปกครองยังไม่ควรให้เด็กใส่หน้ากาก เนื่องจาก

1. ทางเดินหายใจเด็กวัยนี้มีขนาดเล็ก หน้ากากทำให้หายใจลำบาก
2. หากเด็กในวัยต่ำกว่า 2 ขวบ ใส่หน้ากากแล้วหายใจไม่สะดวก ไม่สามารถบอกผู้ใหญ่ด้วยตัวเองได้
3. บางส่วนของหน้ากากอาจหลุดเข้าปากหรือจมูก ก่ออันตรายแก่เด็ก
4. เด็กในวัยต่ำกว่า 2 ขวบ จะพยายามดึงหน้ากากออกจากใบหน้า เพิ่มความเสี่ยงให้มือสัมผัสใบหน้า และติดเชื้อ

สำหรับผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันเด็กไม่ให้ติดเชื้อ เนื่องจากเด็กยังดูแลตัวเองไม่ได้ ขณะเดียวกันเด็กส่วนใหญ่ที่ได้รับเชื้อ ก็มาจากผู้ใหญ่ ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยง ผู้ใหญ่ควรปฏิบัติตัวดังนี้

1. หลีกเลี่ยงพบเจอ หรือสัมผัสผู้ที่ป่วย
2. ล้างมือบ่อยๆ อย่างถูกวิธี โดยเฉพาะเมื่อกลับถึงบ้าน ก่อนอุ้มหรือสัมผัสเด็ก ก่อนให้นมหรือเตรียมอาหาร ก่อนสัมผัสภาชนะหรือของใช้เด็ก
3. ทำความสะอาดบริเวณที่สัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู โทรศัพท์มือถือ
4. หากมีอาการป่วย ควรหลีกเลี่ยงใกล้ชิดเด็ก
5. ควรสวมใส่หน้ากากภายในบ้าน โดยเฉพาะผู้มีอาการป่วย
6. ทำความสะอาดอุปกรณ์ เช่น รถเข็น ผ้าห่มเด็ก หลังกลับจากนอกบ้าน
7. ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่พ่อแม่ที่ควรระวัง แต่ทุกคนในบ้านควรระวังเช่นกัน

ทั้งนี้ล่าสุดจากรายงานของ NBC เมื่อ 10 ก.ย. 2564 คาดว่าวัคซีน Pfizer ของ BioNTech จะได้รับการอนุมัติให้ใช้ในเด็กอายุ 5-11 ขวบภายในไม่กี่สัปดาห์นี้ ขณะที่สำหรับเด็กอายุ 6 เดือน - 2 ปี จะได้รับอนุมัติภายในสิ้นปี

#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด หวังว่าเด็กไทยทุกคนจะปลอดภัย และมีโอกาสได้รับวัคซีนไวๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง