เจาะประเด็นข่าว 7HD

เปิดคู่มือฉีดวัคซีน mRNA สำหรับประชาชน-เด็ก 12-17 ปี

ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ที่เปิดเผยถึงการนำเข้าวัคซีนโมเดอร์นา ตั้งแต่เดือนตุลาคม บอกว่าวัคซีนชนิดนี้ได้รับอนุมัติจาก อย. ว่าสามารถฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันในเด็กอายุ 12-17 ปี ได้แล้วเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา จึงเตรียมฉีดวัคซีนให้กับผู้สั่งจองได้ในเดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นวัคซีนชนิด mRNA ก็อาจจะมีผลข้างเคียงเช่นเดียวกับวัคซีนไฟเซอร์ จึงมีคู่มือสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ดูแลการฉีดวัคซีน และสำหรับประชาชนประกอบการฉีดวัคซีนด้วย

สำหรับคู่มือภาคประชาชนในการฉีดวัคซีนชนิด mRNA ที่ขณะนี้มีทั้งของไฟเซอร์ และโมเดอร์นา โดยโมเดอร์นา ที่จดทะเบียนยาว่า "สไปค์แว็กซ์" (Spikevax) นั้นจะฉีดวัคซีน 0.5 มิลลิลิตรจำนวน 2 ครั้งห่างกัน 28 วัน ห้ามใช้กับผู้ที่มีอาการแพ้ตัวยาหรือส่วนประกอบสำคัญของวัคซีน ก่อนรับวัคซีนต้องแจ้งข้อควรทราบก่อน เช่นเคยแพ้วัคซีนแพ้ตัวยาอื่นหรือไม่ มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือไม่ มีเลือดออกง่าย หยุดยาก มีอาการป่วย มีไข้ หรือไม่ รวมถึงได้รับวัคซีนชนิดอื่นมาก่อน ควรปฏิบัติอย่างไรเป็นต้น ทั้งนี้หลังฉีดวัคซีนต้องรอดูอาการก่อน 30 นาที และสังเกตอาการที่บ้านต่อ

สำหรับผลข้างเคียง อาทิ จะเป็นลม วิงเวียนศีรษะ ริมฝีปาก หน้า ลำคอบวม หายใจไม่สะดวก ใจสั่นผิดปกติ มีผื่นขึ้น หายใจถี่ คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ซึ่งหากมีอาการรุนแรง รีบพบแพทย์ หรือไปโรงพยาบาล หรือโทรสายด่วน 1669 ทันที

ส่วนประเด็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ก็มีข้อสังเกตไว้ที่ว่าจะพบภายใน 14 วัน หลังรับวัคซีน เกิดในเพศชายวัยหนุ่ม หลังฉีดครั้งที่ 2 จึงต้องให้แพทย์สังเกตอาการ ผู้รับวัคซีนก็ต้องสังเกตอาการบ่งชี้ เช่นเจ็บหน้าอกแบบเฉียบพลัน หายใจสั้น ใจสั่น เป็นต้น

สำหรับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กนักเรียนนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มั่นใจสามารถดำเนินการได้ก่อนเปิดเทอมแน่นอน เพราะเตรียมการเอาไว้แล้ว จึงขอความร่วมมือผู้ปกครอง เซ็นยินยอมให้บุตรหลานฉีดวัคซีน โดยทางการจะเร่งสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนต่อไป