สนามข่าว 7 สี

งดสื่อเข้าทำข่าวทำเนียบรัฐบาล 14 วัน หลังพบติดเชื้อโควิด-19

หลังจากที่เปิดให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าวภายในทำเนียบรัฐบาลได้เพียงสัปดาห์เดียว เมื่อวานนี้ (14 ก.ย.) ทำเนียบก็ต้องของดสื่อไม่ให้เข้าทำข่าวอีก 1 รอบ เพราะพบว่ามีผู้สื่อข่าวรายหนึ่งติดโรคโควิด-19

เมื่อวานนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่รัฐมนตรีเดินทางเข้าร่วมการประชุมที่ตึกสันติไมตรี เป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว โดยที่ก็ย่างเข้าสัปดาห์ที่ 2 เช่นกัน ที่ทำเนียบรัฐบาลให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าวได้ตามปกติ แต่ปรากฏว่า ช่วงสาย ๆ ของเมื่อวานนี้ มีการส่งต่อข้อมูลกันว่า มีผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวหนึ่ง ที่แม้เมื่อวานนี้จะไม่ได้เข้าทำข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ช่วงก่อนหน้านี้ได้เข้ามาทำข่าวภารกิจ นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี เพราะในช่วงเวลานั้นมีข่าวการที่อยู่ในความสนใจจากประเด็นร้อน ๆ ทางการเมือง ที่สืบเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจการปลด 2 รัฐมนตรี ออกจากรัฐบาล ยาวถึงความสัมพันธ์ของ บิ๊ก 3 ป ในรัฐบาลด้วย ซึ่งเมื่อปรากฏข่าวแบบนี้ ทำให้ทางสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทั้งหมดออกจากทำเนียบรัฐบาล และของดให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ประมาณ 14 วัน เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค โดยเบื้องต้นคาดว่าน่าจะให้กลับเข้ามาทำข่าวภายในทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง ในวันที่ 27 กันยายน แต่สิ่งที่สำคัญ คือ การเข้ามาทำงานจะต้องแสดงผลการตรวจโควิด-19 ด้วยชุด ATK ที่ตรวจภายใน 3 วัน เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ส่วนมติคณะรัฐมนตรีที่มีการแถลงผ่าน Facebook แทนการแถลงโดยมีสื่อมวลชนฟังด้วยนั้น ที่ประชุมเห็นชอบหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 เช่น การอนุมัติงบกลาง 946.31 ล้านบาท ให้สภากาชาดไทยซื้อวัคซีนโมเดอร์นา 1 ล้านโดส เพื่อฉีดให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งงบประมาณที่อนุมัติวันนี้จะนำไปจ่ายเป็นค่ามัดจำร้อยละ 30 ภายในเดือนกันยายน เพื่อจะได้รับมอบวัคซีนงวดแรกได้ในต้นปี 2565

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี ยังเห็นชอบให้บริษัทห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรายจ่ายในการซื้อชุด ATK ตรวจพนักงานลูกจ้าง สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายกำไรสุทธิในการเสียภาษีนิติบุคคลได้เพิ่มอีก 1.5 เท่า ของรายจ่ายที่จ่ายจริง โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 เพื่อส่งเสริมและบรรเทาภาระให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้บริการมีความมั่นใจและกล้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น เมื่อธุรกิจต่าง ๆ สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ โดยจะส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่จะมีโอกาสฟื้นตัว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161