7HDร้อนออนไลน์

ศาลปกครองสูงสุดสั่ง กทม.จ่ายค่าเสียหายคนพิการหลังไม่จัดให้มีการก่อสร้างลิฟท์ในสถานีรถไฟฟ้า BTS

(15 ก.ย. 64) ศาลปกครองสูงสุดสั่ง กทม.จ่ายค่าเสียหายคนพิการที่มีภูมิลำเนาใน กทม.คนละ 5  พันบาท   กรณีที่ไม่ดำเนินการก่อสร้างลิฟท์สิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการในสถานีรถไฟฟ้า BTS  โดยคดีนี้ นายธีรยุทธ สุคนธวิท  กับพวกรวม 430 คน ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร  หลังจากปี 2554 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาในคดีระหว่างนายสุภร ธรรมมงคลสวัสดิ์ กับพวกรวม 3 คน ฟ้อง กรุงเทพมหานคร กับพวกรวม 4 คนให้ผู้ถูกฟ้องคดีจัดทำลิฟท์ที่สถานีขนส่งทั้ง 23  สถานีให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี   นับแต่วันมีคำพิพากษา แต่พบว่าผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวตาม  พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550  และคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา  ถือว่าเป็นละเมิดต่อนายธีรยุทธและพวกทั้ง 430 คน ทำให้ได้รับความยากลำบากในการดำเนินชีวิตขาดประโยชน์ในการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประกอบภารกิจประจำวันโดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 1 พันบาท คิดเป็นค่าเสียหายรวมเป็นเงิน 835,000 บาทต่อคน   จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายผู้ฟ้องคดีทั้ง 430 คนๆ ละ  835,000บาทและชดใช้ค่าเสียหายเชิงลงโทษให้แก่ผู้ฟ้องคดีในอัตราสี่เท่าของจำนวนเงินดังกล่าว   รวมเป็นเงิน 3,340,000  ต่อคน เป็นเงินทั้งสิ้น 1,436,200,000  พร้อมดอกเบี้ย

ล่าสุด คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดได้สั่งให้ กทม. ชดใช้ค่าเสียหายจากกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างลิฟท์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการที่สถานีขนส่งรถไฟฟ้า BTS ให้แก่ผู้ฟ้องคดีเฉพาะรายที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  เป็นเงินจำนวนรายละ 5,000 บาท  พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี  ของต้นเงินค่าเสียหาย นับถัดจากวันฟ้องถึงวันที่ 10 เม.ย.64  และดอกเบี้ยตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.64 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน  นับแต่วันที่มีคำพิพากษา เนื่องจากเห็นว่าแม้ในการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขแดงที่ อ.650/2557  ที่นายสุภรฟ้องนั้น  กทม.จะประสบกับปัญหาและอุปสรรคหลายประการ และมีเหตุผลเพียงพอจะรับฟังได้ว่า บางสถานีและการก่อสร้างลิฟท์ในบางจุดมีข้อจำกัด  รวมทั้งจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการให้ครบถ้วนตามคำพิพากษาดังกล่าว อีกทั้ง กทม. ได้พยายามปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเรื่อยมาก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาวันที่พ้นกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดจนถึงปัจจุบันแล้ว ระยะเวลาได้ล่วงเลยมากว่า 5 ปี ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ล่าช้าเกินสมควร

อีกทั้ง คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีดังกล่าวได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า การจัดให้มีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการ รวมทั้งสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่ามีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการที่สถานีขนส่งและรถรางนั้นอยู่ในวิสัยที่ กทม.จะดำเนินการได้  อีกทั้งเป็นกรณีที่ กทม.พึงคาดหมายได้ว่า หากการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวย่อมส่งผลให้คนพิการรวมถึงผู้ฟ้องคดีหลายราย ยังคงต้องประสบกับอุปสรรคและไม่ได้รับความสะดวกตามสมควรในการใช้บริการรถไฟฟ้า BTS ต่อไป กรณีจึงถือได้ว่า กทม. ปฏิบัติหน้าที่ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดล่าช้าเกินกว่าที่กำหนด