สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ยุติทำแผนฯ ฆ่าเปลือยลูกสาวร้านเกม จ.อุบลราชธานี

ตำรวจอุบลราชธานี ตามรวบตัวฆาตกรซึ่งเป็นลูกจ้างร้านเกม ก่อเหตุฆ่าเปลือยลูกสาวนายจ้าง ขณะหนีกบดานในรีสอร์ต ระหว่างถูกนำตัวไปทำแผนฯ ตำรวจต้องยกเลิกกลางคัน หวั่นเหตุการณ์บานปลาย ติดตามจากรายงานคุณศิรัณพร มูลอุทก

นี่เป็นภาพวินาทีขณะตำรวจกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับตำรวจ สภ.วารินชำราบ นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายทศพล หรือ ดิว พรบูลย์ อายุ 27 ปี ในห้องเช่าที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง พื้นที่อำเภอพิบูลมังสาหาร ขณะพยายามหาทางหลบหนี หลังก่อเหตุฆ่าเปลือยลูกสาวเจ้าของร้านเกม อายุ 26 ปี

ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุจริง และนำทรัพย์สินบางส่วน รวมถึงขโมยรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตหลบหนี แต่ไปได้เพียง 20 กิโลเมตร รถเกิดเสียในพื้นที่อำเภอสว่างวีระวงศ์ จากนั้นได้อาศัยรถโดยสารประจำทาง เดินทางไปเปิดห้องเช่าที่รีสอร์ต กระทั่งถูกตำรวจตามจับกุมได้ในที่สุด

นายทศพล ยังอ้างอีกว่า รู้จักกับผู้เสียชีวิตขณะทำงานที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จากนั้นมาสมัครเป็นลูกจ้างที่ร้านเกมแม่ของผู้เสียชีวิตได้เพียง 8 เดือน และแอบคบหากันเรื่อยมา แต่ปิดบังไม่ให้ครอบครัวฝ่ายหญิงรู้ และช่วงที่ร้านเกมปิดให้บริการเพราะพิษโควิด-19 นายทศพล ก็ยังกินอยู่หลับนอนที่ร้านเกมเรื่อยมา

ในคืนวันเกิดเหตุ 14 กันยายน ได้ปีนเข้าไปหาผู้เสียชีวิตทางหน้าต่าง และมีเพศสัมพันธ์กัน จากนั้นเกิดมีปากเสียงทะเลาะกัน เพราะหึงหวงที่ตนเองไปคบหากับหญิงอื่น ด้วยความโกรธที่ถูกต่อว่า รวมถึงกลัวว่าแม่ของผู้เสียชีวิตจะได้ยิน จึงพลั้งมือฆ่าโดยใช้หมอนปิดปาก ก่อนจะใช้สายชาร์จโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตที่เสียบชาร์จที่หัวเตียง รัดคอจนแน่นิ่ง

สอบสวนเชิงลึก ผู้ต้องหายังรับสารภาพอีกว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เคยบุกเข้าไปในห้องนอนของเด็กหญิง นักเรียนชั้น ม.1 หวังจะก่อเหตุข่มขืน แต่กระทำการไม่สำเร็จ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอสว่างวีระวงศ์ ขณะ นายทศพล ไปขออาศัยอยู่กับญาติ

ตำรวจไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เพราะตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่องรอยการงัดแงะบริเวณหน้าต่าง รวมถึงต้องรอผลชันสูตรศพมาประกอบ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาออกจากโรงพัก นำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ แต่ต้องยกเลิกกลางคัน เนื่องจากว่าครอบครัวและญาติ ๆ ของผู้เสียชีวิตมารอดูการทำแผนฯ เป็นจำนวนมาก ต่างตะโกนสาปแช่ง ด่าทอ และพยายามเข้าประชาทัณฑ์ เจ้าหน้าที่จึงหวั่นเกิดเหตุบานปลาย 

พี่ชายของผู้เสียชีวิต โต้คำให้การของผู้ต้องหา ไม่เป็นความจริง น้องสาวไม่เคยคบหากับผู้ก่อเหตุ และความสูญเสียที่เกิดขึ้นเกินกว่าจะทำใจรับได้ จึงอยากให้ผู้ต้องหารับโทษให้ถึงที่สุด

ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีใน 4 ข้อหาหนัก คือ ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ข้อหาลักทรัพย์ และข่มขืนกระทำชำเรา โดยในวันนี้ตำรวจจะฝากขังผู้ต้องหาผ่านระบบออนไลน์ และจะคุมตัวส่งเข้าเรือนจำกลางอุบลราชธานีในช่วงบ่าย

ขอบคุณภาพจาก : Facebook ตะลึงกรุง จอนนี่มือปราบ