เช้านี้ที่หมอชิต

แม่ค้าสุดทน ถูกห้ามขายของในตลาดนัด หวั่นแพร่เชื้อโควิด-19

เช้านี้ที่หมอชิต - แม่ค้าคนหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกิดความไม่พอใจ หลังถูกผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สั่งห้ามค้าขายในตลาดนัด เพราะหวั่นจะเป็นต้นตอการแพร่เชื้อโควิด-19 ทำให้เกิดการปะทะคารมกันอย่างดุเดือด

นี่คือภาพเหตุการณ์แม่ค้าคนหนึ่ง กำลังมีปากเสียงโต้เถียงกันไปมา กับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งชนวนเหตุเกิดจากความไม่พอใจ ที่ถูกสั่งห้ามขายของในตลาดนัด เนื่องจากเธอเป็นคนนอกพื้นที่ แม้ว่าเธอจะชี้แจงว่าฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบทั้ง 2 เข็มแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล

หลังเกิดเหตุ ทีมข่าวเช้านี้ที่หมอชิต ลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริงกับ นางสุปราณี ผุยรอด ซึ่งเป็นแม่ค้าที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าว โดยเธอเปิดเผยว่า ตลาดนัดจุดเกิดเหตุเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังจากจำเป็นต้องปิดไปเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 กระทั่งวันเกิดเหตุ ในขณะที่เธอกำลังจัดเตรียมแผงค้า เพื่อที่จะตั้งขายปลา จู่ ๆ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเดินมาจากไหนก็ไม่ทราบ ก่อนจะพูดจาเสียงดัง สั่งไม่ให้เธอขายของ โดยอ้างว่าตลาดดังกล่าวไม่ให้พ่อค้า-แม่ค้าที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่เข้ามาค้าขาย เพราะหวั่นจะเป็นการแพร่เชื้อโควิด-19

ซึ่งเธอยืนยันว่าได้สอบถามชาวบ้านในพื้นที่แล้ว ซึ่งทุกคนก็เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า สามารถขายของได้ อีกทั้งเธอก็ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบทั้ง 2 เข็มแล้ว แต่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านยังคงยืนยันเสียงแข็งว่า ไม่ให้เธอขายของที่ตลาดดังกล่าว ทำให้เกิดการปะทะคารมอย่างดุเดือด ดังคลิปวิดีโอที่ปรากฏ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ต้องฟังข้อเท็จจริงจากทั้ง 2 ฝั่ง ทีมข่าวเช้านี้ที่หมอชิต จึงเดินทางไปสอบถามข้อเท็จจริงกับ นายนพดล นาคอุดม ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 บ้านคลองลอย โดยยอมรับว่าเป็นชายที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอดังกล่าวจริง และชี้แจงว่าก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งว่ามีแม่ค้าคนหนึ่งเข้ามาขายของในตลาดนัด โดยไม่มีการขออนุญาต เมื่อสอบถามก็ทราบว่าไม่ใช่คนในพื้นที่ ตนเองจึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือ ให้แม่ค้าคนดังกล่าวยกเลิกการขายของ ทำให้แม่ค้าคนดังกล่าวไม่พอใจ จนเกิดการโต้เถียงกันเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ด้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ยอมรับว่ารู้สึกเห็นใจบรรดาพ่อค้า-แม่ค้าที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในปัจจุบันยังคงน่าเป็นห่วง จึงจำเป็นต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่