7HDร้อนออนไลน์

เด็กโฮมสคูล ขึ้นทะเบียนรับวัคซีน ได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน

วันนี้ ( 17 ก.ย.64 ) ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อโควิด-19 กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยถึงแผยการฉีดวัคซีนไฟเซอร์แก่เยาวชนอายุ 12-17 ปี ประมาณ 4.5 ล้านคน ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความต้องการฉีดวัคซีนจากสถานศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียนที่ 2/64 โดยคาดว่าเด็กจะได้รับวัคซีนในวันที่ 4 ต.ค.64 เบื้องต้นเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ จะจัดสรรการฉีดวัคซีนให้ตามชั้นเรียนก่อน ทั้งนี้สถานศึกษาแต่ละแห่งสามารถปรับให้สอดคล้องกับนักเรียนได้ เช่น นักเรียนชั้น ม.6 ที่มีอายุ 18 ปี สามารถอนุโลมให้ได้รับวัคซีนได้เช่นกัน
        
ในส่วนของเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา เช่นการศึกษาพิเศษโฮมสคูล สามารถขอขึ้นทะเบียนรับวัคซีนได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ส่วนเด็กที่มีโรคประจำตัวนั้นสามารถรับวัคซีนได้จากสถานพยาบาลที่รักษาได้

สำหรับชนิดของวัคซีนที่ใช้สำหรับเด็ก ช่วงแรกจะเป็นวัคซีนชนิด mRNA หรือวัคซีนไฟเซอร์ เนื่องจากในเดือน ต.ค. ประเทศไทยจะได้รับการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับขึ้นทะเบียนวัคซีนเชื้อตายในประเทศไทย ทั้งวัคซีนซิโนแวค และวัคซีนซิโนฟาร์ม กับองค์การอาหารและยา (อย.) เพื่อให้สามารถใช้ฉีดในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีได้เหมือนประเทศจีน
         
"ผู้ปกครองที่มีความกังวลในวัคซีนชนิด mRNA สามารถให้เด็กรอวัคซีนชนิดเชื้อตายได้ แต่อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะได้การรับรอง ทั้งนี้วัคซีนไฟเซอร์ที่จะใช้ฉีดให้เด็กมีความปลอดภัย จากสถิติภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เกิดได้น้อยมาก ในไทยพบเพียง 1 คน และสามารถรักษาให้หายได้ ขณะนี้กรมควบคุมโรคได้จัดทำคู่มือแนวทางการฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก รวมถึงข้อมูลเรื่องโรคดังกล่าวไว้ให้ผู้ปกครองศึกษาก่อนตัดสินใจให้เด็กฉีดวัคซีน" นพ.โสภณ กล่าว