สนามข่าว 7 สี

คลิปชายทำลายทรัพย์สิน ประชดพ่อเลี้ยงเมาสุราทะเลาะกับแม่

อีกเหตุวิวาทตามประสาคู่สามีภรรยา มีปากเสียงทะเลาะกันทุกวัน แต่คราวนี้ฝ่ายภรรยาอารมณ์ขึ้นแล้วลงไม่ได้เลยไปบอกลูกชาย พอลูกชายรู้จึงตามมาเอาเรื่อง แต่ไม่พบตัวพ่อเลี้ยง จึงทุบทำลายทรัพย์สินทิ้งไว้ให้พ่อเลี้ยงดูต่างหน้า 

นี่เป็นคลิปภาพขณะชายคนหนึ่งอายุประมาณ 20-30 ปี อยู่ในอารมณ์โมโหเกรี้ยวกราด ถือท่อนเหล็กทั้งทุบ และตีไปตามส่วนต่าง ๆ ของรถ 3 ล้อเครื่องคันหนึ่งแบบไม่ยั้ง โดยเหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านเช่าหลังหนึ่งในซอยประชาอุทิศ ตำบลหนองโสน อำเภอเมือง จังหวัดตราด จากในคลิปจะได้ยินเสียงของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์หวังดี จึงเข้ามาห้ามปรามให้ชายคนนี้หยุดพฤติกรรม เพราะรถคันที่ชายคนนี้ทุบทำลายเป็นรถของพ่อเลี้ยง แต่ไม่เป็นผล เขายังลงมือทุบต่อไปสักพักใหญ่ กระทั่งรถได้รับความเสียหาย เครื่องยนต์ และถังน้ำมันแตก มีน้ำมันไหลออกมานองพื้น โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. คืนวานนี้ (19 ก.ย.)

หลังจากศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดตราด ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้าน จึงรีบประสานตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองตราด ให้ไปตรวจสอบ แต่เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุปรากฎไม่พบเหตุการณ์อะไรแล้ว สอบถาม นายวฤทธิ์ อินจริญ ซึ่งเป็นชาวบ้านละแวกจุดเกิดเหตุ และเป็นคนที่โทรศัพท์ไปแจ้งเหตุกับตำรวจ เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ตามที่ปรากฏในคลิปภาพ สามีภรรยาคู่หนึ่งได้มาเช่าบ้านหลังนี้อยู่กัน 2 คน ได้เกือบ 1 ปีแล้ว เวลาดื่มสุราจนเมา มักมีปากเสียงทะเลาะกันแทบทุกวัน โดยครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกันสามีภรรยาคู่นี้ ดื่มสุราเมาด่ากันลั่นซอย ก่อนทั้งคู่จะแยกย้ายกันไป กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. นายวฤทธิ์ สังเกตเห็นฝ่ายหญิงย้อนกลับมาที่บ้านเช่า พร้อมพาลูกชายมาด้วย เดินตรงไปที่หน้าบ้านส่งเสียงดัง เมื่อเดินออกมาดูพบว่าชายคนนี้ถือน้ำมันจะมาราดใส่รถ 3 ล้อเครื่อง เพื่อจุดไฟเผา ตนเองจึงเข้าไปห้ามเพราะกลัวเพลิงไหม้ลุกลามจะพาชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเดือดร้อนไปด้วย แต่ชายคนดังกล่าวไม่ฟัง หันไปหยิบเหล็กทุบและตีตามส่วนต่าง ๆ ของรถ 3 ล้อ จนได้รับความเสียหาย คาดว่าที่ชายคนนี้ทำลงไปเพราะอารมณ์โมโห และต้องการประชดที่ตามหาตัวพ่อเลี้ยงไม่พบ   

เบื้องต้นตำรวจสายตรวจเข้าไปตรวจสอบเหตุแล้วไม่พบเจ้าของรถ 3 ล้อเครื่อง และไม่สามารถติดต่อผู้เสียหายได้ จึงฝากเพื่อนบ้านให้แจ้งผู้เสียหายว่าถ้าประสงค์จะแจ้งความสามารถเข้าไปแจ้งความภายหลังได้ที่ สภ.เมืองตราด โดยพร้อมดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุไปตามกฎหมาย