สนามข่าว 7 สี

คาร์ม็อบ ขับรถยนต์ชนรถถัง รำลึกรัฐประหาร 19 ก.ย.2549

เมื่อวานนี้ (19 ก.ย) ผู้ชุมนุมนัดจัดทำกิจกรรมคาร์ม็อบ "ขับรถยนต์ชนรถถัง" เพื่อรำลึกเหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 รัฐประหารเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

เมื่อวานนี้ (19 ก.ย.) เวลาประมาณ 14.00 น. ผู้ชุมนุมนัดสวมเสื้อสีแดงและสีดำ ทยอยเดินทางมารวมตัวกันบริเวณแยกอโศกมนตรีตามนัดหมาย เพื่อทำกิจกรรมคาร์ม็อบร่วมกับเครือข่ายรถแท็กซี่ เพื่อรำลึกเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และรำลึกถึง นายนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ที่ออกมาต่อต้านการทำรัฐประหาร จนที่สุดเสียชีวิต โดย นายสมศักดิ์ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำ ได้นำธงสีแดงระบุข้อความขับไล่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้กับผู้ชุมนุมนำไปใช้แสดงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาล

กระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำอีกคนเดินทางมาถึง ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในประเด็นแนวทางที่จะเดินหน้าชุมนุมต่อสู้กับรัฐบาลต่อไปภายใต้สถานการณ์โควิด-19 จากนั้นขึ้นปราศรัยบนรถขยายเสียง โจมตีการทำงานของรัฐบาลที่บริหารงานผิดพลาด โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากทำให้ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่ พร้อมทั้งยืนยันจะต่อสู้ด้วยสันติวิธี ไม่เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลดการปะทะ

และเวลาประมาณ 15.00 น. นายณัฐวุฒิ ได้จำลองเหตุการณ์ของนายนวมทอง โดยขึ้นไปขับรถแท็กซี่แล้วพุ่งชนรถถังจำลอง 3 ครั้ง และผู้ชุมนุมพากันเข้าทุบทำลายรถถังดังกล่าวจนพังเสียหาย เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของกิจกรรมของการชุมนุมในครั้งนี้

จากนั้นเริ่มเคลื่อนขบวนคาร์ม็อบไปตามเส้นทางต่าง ๆ ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก โดยมีเป้าหมายที่จะไปทำกิจกรรมกันต่อที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตลอดเส้นทางผู้ชุมนุมได้บีบแตรเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และมีรายงานว่าขณะที่ผู้ชุมนุมเคลื่อนผ่านไปบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้ง เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน แต่อาการไม่รุนแรง และได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

กระทั่งผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้ร่วมกันนำผ้าสีดำขึ้นไปคลุมฐานอนุสาวรีย์ฯ ซึ่งเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่า ประชาธิปไตยของไทยถูกคลุมถุงดำมานานถึง 15 ปี รวมทั้งนำภาพหน้าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมข้อความโจมตี ไปแขวนไว้โดยรอบ ขณะที่กลุ่มรถจักรยานยนต์ที่เข้าร่วมกิจกรรม ขี่รถวนรอบอนุสาวรีย์ฯ และบีบแตร ชูธง และชูสามนิ้วเชิงสัญลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เช่น การแสดงดนตรี ร้องเพลง และจำหน่ายของที่ระลึกในการชุมนุมครั้งนี้ด้วย

และอีกหนึ่งไฮไลต์ของจุดนี้คือการขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลของแกนนำทั้ง 2 คน ทั้ง นายสมศักดิ์ บุญงามอนงค์ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น. นายณัฐวุฒิได้ประกาศยุติการชุมนุมและร้องเพลงส่งท้าย เพื่อจบการทำกิจกรรม และให้ผู้ชุมนุมรอติดตามนัดหมายชุมนุมต่อไป

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์มาเกิดความรุนแรงขึ้น ขณะที่ขบวนการผู้ชุมนุมผ่านชุมชนคลองไผ่สิงห์โต ถนนรัชดาภิเษก ตรงข้ามศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้ง ซึ่งประชาชนที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุบอกว่า เห็นกลุ่มวัยรุ่น 4 คนขี่รถจักรยานยนต์มาถึงจุดนี้ ก่อนเกิดเหตุระเบิดขึ้น 1 ครั้ง ก่อนลงจากรถไปยืนใต้ต้นไม้ ก็ระเบิดอีก 1 ครั้ง โดยมีผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน จากนั้นอาสาพยาบาลก็นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมตำรวจชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบท่อพีวีซีส่งน้ำประปาแตกเสียหาย และพบเศษกระจกแตกกระจายเต็มพื้น ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์สีขาว กระจกมองข้างแตกทั้ง 2 ข้าง จอดอยู่ริมถนน และพบเศษตะปู เศษพลาสติก และเศษผ้าที่มีร่องรอยการเผาไหม้ จึงเก็บรวบรวมเป็นหลักฐาน

และหลังนายณัฐวุฒิประกาศยุติการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว ปรากฏว่าช่วงค่ำ ผู้ชุมนุมบางส่วนปะทะกับตำรวจควบคุมฝูงชน โดยขว้างประทัดยักษ์และจุดพลุใส่เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมสถานการณ์อยู่บนสะพานชมัยมรุเชฐ ใกล้ทำเนียบรัฐบาล ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงก๊าซน้ำตาตอบโต้ ซึ่งช่วงนี้เองก็เกิดเหตุเพลิงไหม้ป้อมตำรวจจราจร แยกนางเลิ้ง และเผาซุ้มที่บนสะพานลอยคนข้าม หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครด้วย