สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : เปิดหน้าชน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชิงตัวผู้ต้องหาหายไป 3 วัน

จากกรณีเหตุการณ์ที่มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โวยวายและพูดจาข่มขู่เจ้าหน้าที่ระหว่างทำบันทึกจับกุม เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา คดีครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง จนนำไปสู่การชิงตัวผู้ต้องหาออกไป และหายไปนาน 3 วัน จนในที่สุดผู้ต้องหารายนี้กลับมามอบตัวด้วยตัวเอง

นี่เป็นคำพูดของข้าราชการฝ่ายปกครองระดับสูง ตำแหน่งป้องกันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เข้ามาพูดจาข่มขู่และตำหนิเจ้าหน้าที่ 4 หน่วยงาน ระหว่างทำบันทึกจับกุมผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 10 กันยายน ในข้อหาครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ประกอบด้วย นกสีชมพูสวน 12 ตัว นกปรอดหัวสีเขม่า 1 ตัว หัวกระทิง 1 ซาก

โดยระหว่างทำบันทึกจับกุม ชายสวมเสื้อสีส้ม กางเกงขาสั้นสีเหลือง สวมโม่งผ้าสีดำปิดบังใบหน้าและศีรษะ และสวมทับด้วยหมวกสีขาว คือข้าราชการฝ่ายปกครอง ไม่พอใจ และอ้างว่าการทำบันทึกจับกุมล่าช้า ใช้เวลานานหลายชั่วโมง

เรื่องนี้ นายวันชัย สิงห์โต ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 จังหวัดเพชรบุรี ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ที่ทำให้ชายคนนี้เกิดความไม่พอใจ เพราะผู้ต้องหาเป็นน้องชายของภรรยาของเขา ซึ่งขณะนั้นข้อมูลเปิดเผยว่าไม่ได้มีเพียงแค่ข้าราชการฝ่ายปกครองเท่านั้น แต่ยังมีข้าราชการฝ่ายตุลาการตำแหน่งอัยการเข้ามาด้วย จากนั้นหลังด่ากราดเสร็จ ก็พาผู้ต้องหาขึ้นรถตู้ไปโดยพลการ

โดยข้าราชการคนดังกล่าวอ้างว่าจะนำตัวผู้ต้องหาไปส่งให้ตำรวจที่ สภ.หัวหิน แต่ขณะนั้นกำลังอยู่ระหว่างทำบันทึกการจับกุมซึ่งยังไม่เสร็จ แต่ก็ต้องยอมปล่อยตัวผู้ต้องหาไปเพราะเห็นมีตำรวจมาด้วย แต่อีกฝ่ายกลับออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเจ้าหน้าที่มอบตัวผู้ต้องหาให้

เมื่อทำบันทึกการจับกุมเสร็จ จึงรีบตามไปที่ สภ.หัวหิน ทันที แต่เมื่อไปถึงกลับไม่พบตัวผู้ต้องหาและรอนานหลายชั่วโมง จนถึงเช้าอีกวันก็ยังไร้วี่แวว ซึ่ง ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เปิดเผยว่า ในทางกฎหมาย การชิงตัวผู้ต้องหามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มาตรา 190 และมาตรา 191 นอกจากนี้ยังมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาว่า การผู้ชิงตัวผู้ต้องหา หากเป็นข้าราชการมีความผิดทางวินัยอาจถึงขั้นร้ายแรง

หลังผ่านไป 3 วัน 14 กันยายน ตำรวจ สภ.หัวหิน แจ้งว่า ผู้ต้องหารายนี้ขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน

นายวันชัยเปิดเผยว่า การจับกุมผู้ต้องหาในวันดังกล่าว ยืนยันว่าไม่มีพฤติกรรมหน่วงเหนี่ยวกักขัง ไม่มีการกลั่นแกล้งตามที่ถูกกล่าวหา แต่กลับถูกข้าราชการฝ่ายปกครองระดับสูงข่มขู่จะแจ้งความดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แต่เมื่อเรื่องนี้ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในสังคม กลับมีการให้ผู้ใหญ่หลาย ๆ คน โทรศัพท์มาขอร้องให้หยุดเคลื่อนไหว

ทีมสนามข่าว 7 สี ติดต่อไปยังข้าราชการระดับสูงคนนี้ และได้รับคำตอบว่าไม่สะดวกให้ข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น โดยล่าสุด นายวันชัยได้เดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดกับข้าราชระดับสูงคนนี้ กับตำรวจที่ สภ.ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เรียบร้อยแล้ว และให้ตำรวจระบุข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานที่มี เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม