ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

เวลา 08.57 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม ทรงติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านสำนักเอาะ อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ในการนี้พระราชทานพระราชวโรกาสให้นักเรียนในพระราชานุเคราะห์ และศิษย์เก่าฯ เฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคมทูลรายงานผลการเรียน และการประกอบอาชีพ โดยทรงห่วงใยการเรียนออนไลน์ ซึ่งอุปกรณ์อาจไม่เพียงพอ โดยให้ทางโรงเรียนสำรวจการใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อจัดหาเพิ่มเติม พร้อมพระราชทานคำแนะนำให้นักเรียนหมั่นหาความรู้เพิ่มเติม และขอให้ทุกคนประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน

จากนั้น ทอดพระเนตรการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ซึ่งเปิดสอนชั้นอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 288 คน ภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวันคือ ภาษายาวี โดยผลคะแนน O-Net และ NT ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับจังหวัดและระดับประเทศ ได้ให้ครูผู้สอนร่วมวิเคราะห์จุดอ่อน วิธีการสอน เพื่อปรับปรุงและนำไปพัฒนาในปีการศึกษาต่อไป

จากสถานการณ์โควิด-19 จึงเปิดสอนแบบ On Hand ครูประจำชั้นได้ลงพื้นที่แนะนำบทเรียน พร้อมแจกใบงาน เอกสารจากสื่อพระราชทานที่บ้านนักเรียน และให้ความรู้ด้านการป้องกันการติดโรคโควิด-19 รวมถึงการดูแลสุขอนามัย

กิจกรรมห้องสมุด จัดแสดงหนังสือพระราชทาน, หนังสือหมวดต่าง ๆ  มีบรรณารักษ์น้อยให้บริการยืม คืน ส่วนใหญ่สนใจยืมหนังสือนิทาน และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นภาพวาดได้, สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสงขลา เข้ามาแนะนำกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ให้รู้จักการจดบันทึก การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย, การออมทรัพย์,หลักการสหกรณ์, ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น, กล้าแสดงความคิดเห็น และต่อยอดสู่ครัวเรือนให้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย วางแผนการใช้จ่ายในครัวเรือนได้

นอกจากนี้ สำนักงานเกษตรอำเภอสะบ้าย้อย มาสอนแปรรูปและถนอมอาหาร อาทิ ไข่เค็มสมุนไพร, กล้วยฉาบ, ส้มแขกตากแห้ง และการเพ้นท์กระเป๋าผ้าด้วยสีอะคริลิค ไปจำหน่ายในสหกรณ์โรงเรียน

กิจกรรมเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ปลูกถั่วเมล็ดแห้ง, ปลูกผักสวนครัวในล้อยาง, เพาะเห็ดนางฟ้า, ทำปุ๋ยหมัก, ส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝก, เลี้ยงไก่ไข่, ไก่เนื้อ, เลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์และบ่อดิน โดยขยายผลสู่ชุมชน ด้วยการแจกเมล็ดพันธุ์ผัก เพื่อให้มีผลผลิตไว้บริโภค เป็นการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ โรงเรียนได้นำนมผง, ผัก, ไข่ไก่ และปลา ให้ผู้ปกครองประกอบอาหารในครัวเรือน และจัดอาหารปรุงสุกเป็นอาหารกลางวัน มอบให้นักเรียนที่บ้าน โดยใช้ปิ่นโตที่ได้รับพระราชทาน นอกจากนี้ได้ส่งเสริมการอนุรักษ์ และสืบทอดวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น อาทิ ประเพณีวันฮารีรายอ และการแสดงมโนราห์

โอกาสนี้ ทรงมีพระราชดำรัส เรื่องการศึกษาในสถานการณ์ที่ยากลำบาก นักเรียนต้องเรียนออนไลน์ ทรงชักชวนให้อ่านหนังสือในห้องสมุด และทำโน้ตย่อ เพื่อเพิ่มพูนความรู้

เวลา 13.02 น. เสด็จออก ณ วังสระปทุม ทรงติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริ ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนมหาราช 1 ตำบลเขาแดง ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โรงเรียนฯแห่งนี้ เปิดสอนชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 173 คน

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรม อาทิ ด้านสุขภาพ นักเรียนที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ มีภาวะเตี้ย และผอม ให้ดื่มนมเพิ่มวันละ 2 แก้ว และให้ครูออกเยี่ยมบ้าน พร้อมมอบผลผลิตทางการเกษตร และให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครอง, ด้านการเรียน ผลการประเมินนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หรือ NT คะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์และภาษาไทย สูงกว่าระดับจังหวัดและประเทศ ส่วนคะแนน O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คะแนนเฉลี่ยทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่ำกว่าระดับจังหวัดและประเทศ จึงให้ครูวิเคราะห์มาตรฐานและตัวชี้วัดที่มีผลคะแนนต่ำ เพื่อนำมาออกแบบจัดการเรียนการสอน รวมทั้งขอคำแนะนำวิธีจัดการเรียนการสอนจากครูโรงเรียนคู่พัฒนา มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา นอกจากนี้ จัดให้นักเรียนใช้โปรแกรม Scratch โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ ที่ผู้เรียนสามารถสร้างชิ้นงานได้ง่าย เพื่อเพิ่มทักษะกระบวนการคิดและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และใช้คอมพิวเตอร์ในการสืบค้นข้อมูล

ด้านการฝึกอาชีพ เน้นให้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อเป็นความรู้พื้นฐาน อาทิ การแปรรูปอาหาร ที่นำผลผลิตในโรงเรียนฯ มาสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น กล้วยฉาบเค็ม ปลาแดดเดียว, การทำขนมเจาะหู ในประเพณีวันสารทเดือนสิบ เป็นการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น, กิจกรรมช่างตัดผมชาย ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา เข้ามาให้ความรู้ รวมทั้งน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น จากกลุ่มพัฒนาอาชีพโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริ บ้านน้ำเชี่ยว ซึ่งศิษย์เก่าฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 โดยนำมะพร้าว ซึ่งมีมากในพื้นที่มาแปรรูปสร้างรายได้ เและส่งจำหน่ายที่ร้านภูฟ้าและร้านค้าในชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิก 7 คน

ด้านการเกษตร มีการปลูกพืชผัก ไม้ผล ถั่วเมล็ดแห้ง และผักยกแคร่ รวมทั้งเลี้ยงไก่ไข่ ไก่เนื้อ เลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์และในกระชัง ซึ่งมีผลผลิตเพียงพอ นอกจากนี้ ได้นำเมล็ดพันธุ์พืช เช่น ฟักทอง และถั่วลิสง ไปมอบให้ผู้ปกครอง 20 ครัวเรือน ทำให้สร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือนได้ ทั้งนี้ จากพระราชกระแสรับสั่ง เมื่อปี 2559 ที่ให้เพิ่มผลผลิตทางการเกษตรประเภทไม้ผล โรงเรียนฯ ได้ขยายพื้นที่ปลูกมะละกอ กล้วย เงาะ ปัจจุบันให้ผลผลิตได้แล้ว ส่วนทุเรียน และมังคุด จะให้ผลผลิตอีก 3-4 ปี

โอกาสนี้  ทรงมีพระราชดำรัสห่วงใยเรื่องการศึกษาของนักเรียนในช่วงเวลาที่มีปัญหา หากหน่วยงานต่าง ๆ และปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนช่วยถ่ายทอดความรู้ก็จะเป็นประโยชน์ ทำให้วิชาความรู้ไม่สูญหายไป

เวลา 15.10 น. เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พระธรรมธัชมุนี ประธานคณะกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิฯ และคณะอนุกรรมการโครงการรางวัลบัณฑิตดีเด่นยอดเยี่ยม และบัณฑิตดีเยี่ยม นำพระสงฆ์ สามเณร และผู้ได้รับรางวัลจากการจัดทำโครงการดังกล่าว เฝ้า และเฝ้าทูลละอองพระบาท ดังนี้

​​- พระสงฆ์ สามเณร สำนักเรียนพระปริยัติธรรมวัดปทุมวนาราม ผู้สอบไล่ได้ประโยคบาลีสนามหลวง ประจำปี 2564 เฝ้า รับการถวายทุนส่งเสริมการศึกษา

​​- บัณฑิตดีเด่นยอดเยี่ยม สาขาวิชาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานโล่รางวัล และเข็มกลัดมูลนิธิฯ

​​- บัณฑิตดีเยี่ยม สาขาวิชาแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานเกียรติบัตร และเข็มที่ระลึกมูลนิธิฯ

​​- นักศึกษาสาขาวิชาแพทยศาสตร์ เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานทุนการศึกษา

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง