เช้านี้ที่หมอชิต

ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น ครั้งที่ 76

เช้านี้ที่หมอชิต - การประชุมใหญ่สมัชชาประจำปีขององค์การสหประชาชาติ หรือ "ยูเอ็น" ครั้งที่ 76 ซึ่งเป็นการประชุมในระดับผู้นำประเทศ เริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อวันอังคารที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ที่ย่านแมนฮัตตัน ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ

ในที่ประชุมครั้งนี้ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ที่เริ่มการดำรงตำแหน่งวาระที่ 2 ในปีนี้ กล่าวเตือนถึงภัยคุกคามจากความขัดแย้งระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจจีนกับสหรัฐฯ ว่า อาจนำไปสู่โลกใหม่ที่มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง 2 รูปแบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ, การค้า, เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงด้านการทหาร ซึ่งจะทำให้โลกเข้าสู่ภาวะตึงเครียดมากขึ้น และคาดเดาได้ยากกว่าช่วงยุคสงครามเย็น

ด้านประธานาธิบดี โจ ไบเดน กล่าวในการประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในฐานะผู้นำของสหรัฐฯ โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ กลับมามีบทบาทเป็นผู้นำอีกครั้งในเวทีนานาชาติเพื่อแก้ไขปัญหาใหญ่หลายประเด็น อาทิ ภาวะโลกร้อน, สาธารณสุขโลก และการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายไบเดน บอกว่า ภายในปี 2024 สหรัฐฯ จะเพิ่มงบประมาณอีก 2 เท่า เพื่อช่วยเหลือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ในการรับมือกับปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งจะทำให้งบประมาณส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 11,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่อปี และทุกประเทศต้องร่วมมือกันเพื่อเร่งแก้ไขปัญหานี้ โดยคำประกาศของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นเพียง 6 สัปดาห์ หลังจากที่เขาเข้าร่วมประชุมสุดยอดภาวะโลกร้อนของยูเอ็น ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์

นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ บอกด้วยว่าสหรัฐฯ จะปกป้องผลประโยชน์ของพวกเขาตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก แต่สหรัฐฯ จะยับยั้งการใช้กำลังทหาร โดยจะเน้นกระบวนการสันติภาพเพื่อแก้ไขวิกฤตนิวเคลียร์อิหร่าน รวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี

ในส่วนของประเด็นการถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากอัฟกานิสถาน อย่างฉุกละหุกเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จนทำให้ชาติพันธมิตรนาโต แสดงท่าทีไม่พอใจ ผู้นำสหรัฐฯบอกว่า สหรัฐฯสามารถยุติสงครามที่ยืดเยื้อถึง 20 ปี ในอัฟกานิสถาน ได้ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จ และจะเดินหน้าสู่ยุคใหม่ด้านการทูตต่อไป

ในประเด็นเรื่องความขัดแย้งกับจีน นายไบเดนไม่กล่าวถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา แต่ผู้นำสหรัฐฯ บอกว่าสหรัฐฯ จะผลักดันกฎกติกาการค้าโลกรูปแบบใหม่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียมมากขึ้น โดยจะไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งเอาเปรียบหลายประเทศมากเกินไป

ส่วนประเด็นเกี่ยวกับโรคโควิด-19 นายไบเดน กล่าวว่าสหรัฐฯ จะยังคงจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับนานาชาติต่อไป หลังจากแบ่งปันวัคซีนไปแล้วกว่า 160 ล้านโดส ให้กับหลายประเทศ และ สหรัฐฯ จะมีบทบาทมากขึ้นในการร่วมมือกับทั่วโลกเพื่อยับยั้งการระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีความท้าทาย 3 ประการ ได้แก่ การปกป้องชีวิตมนุษย์ให้พ้นจากโรคโควิด-19, การฉีดวัคซีนทั่วโลก และการฟื้นฟูประเทศต่าง ๆ กลับคืนสู่สภาพเดิมก่อนการระบาด