7HDร้อนออนไลน์

กลุ่มผู้บำบัดที่ถูกย้ายมาอยู่โรงพยาบาลสนามเขาชนไก่ ผู้ปกครองรับกลับบ้านแล้วกว่า 70 เปอร์เซนต์

วันนี้ (22 ก.ย.64) ความคืบหน้ากรณีการขนย้าย กลุ่มผู้บำบัดยาเสพติดที่ศูนย์บำบัดวัดท่าพุราษฏร์บำรุง อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี มาอยู่ที่โรงพยาบาลสนามภายในค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีกลุ่มผู้บำบัดกักขังอยู่ในเรือนนอนรวมถึงกลุ่มผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์เดินทางย้ายมาอยู่ที่โรงพยาบาลสนามเขาชนไก่แห่งนี้มากกว่า 270 คนนั้น บรรยากาศล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่ายังคงมีกลุ่มผู้ปกครองของผู้บำบัดซึ่งอยู่ทางภาคอีสานเดินทางมารับกลับบ้านกันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการจัดระเบียบของเจ้าหน้าที่ทหารประจำโรงพยาบาลสนามค่ายฝึกเขาชนไก่


โดยผู้ปกครองกลุ่มนี้กล่าวว่า พวกตนเป็นกลุ่มผู้ปกครองที่อาศัยอยู่ในแถบจังหวัดภาคอีสาน เมื่อได้รับการติดต่อให้มารับบุตรหลานกลับไปดูแลจึงได้มีการรวมกลุ่มกันเช่ารถตู้เพื่อจะเดินทางมารับบุตรหลานกลับไปดูแลที่บ้าน ที่ผ่านมา ยอมรับว่าไม่เคยรู้ว่าการบำบัดภายในศูนย์บำบัดแห่งนี้มีปัญหาและมีการใช้ความรุนแรง เมื่อทราบข่าวจึงรีบเดินทางกลับมารับบุตรหลานทันที ซึ่งจากนี้ก็คงจะพาลูกหลานไปเข้ารับการบำบัดในศูนย์บำบัดที่มีมาตรฐานและมีการดูแลที่ดีกว่าศูนย์บำบัดที่วัดท่าพุฯแห่งนี้


ขณะที่ เจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาลสนามค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า จนถึงขณะนี้ มีผู้ปกครองเดินทางมารับกลุ่มผู้บำบัดกลับบ้านไปแล้วมากกว่า 70% คงเหลือกลุ่มผู้บำบัดที่ยังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลสนามแห่งนี้อีกประมาณ 70 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่มีอาการทางจิต จำเป็นจะต้องทานยาและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ทางผู้ปกครองปฏิเสธที่จะรับกลับไปดูแลและขอให้ทางราชการจัดหาสถานบำบัดรับคนกลุ่มนี้เข้าไปบำบัดรักษาตามระบบ



ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังเป็นช่วงที่เปิดให้กลุ่มผู้ปกครองเดินทางเข้ามารับบุตรหลานกลับไปอยู่ในความดูแลหรือส่งไปอยู่ที่ศูนย์บำบัดอื่นได้ไปก่อน ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน หลังจากนี้เมื่อทราบจำนวนผู้บำบัดที่ยังคงเหลืออยู่ที่โรงพยาบาลสนาม และผู้ปกครองปฏิเสธที่จะรับกลับไปดูแลแล้ว ทางจังหวัดจะได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สบยช. และสำนักงานสาธารณสุข เพื่อจะประสานนำผู้บำบัดกลุ่มนี้ไปเข้ารับการบำบัดรักษาและดูแลตามระบบที่ถูกต้องทั้งในโรงพยาบาลและศูนย์บำบัดที่มีมาตรฐานต่อไป ยืนยันได้ว่าจะไม่มีการทอดทิ้งผู้บำบัดกลุ่มนี้อย่างแน่นอน