7HDร้อนออนไลน์

เด็กหญิงอายุ 9 ขวบ ผวา! โดนจับตัวขึ้นรถตู้ โชคดีนำกลับมาปล่อย

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เกสร  สิมา”  ได้โฟสต์ข้อความว่า "เมื่อเช้าได้ดูข่าวว่ามีรถเก๋งจับเด็ก ( เหมือนรถตู้จับเด็ก ) แต่ที่แน่ๆคือหลานที่บ้านโดน #รถตู้จับเด็กไป ได้จับหลานที่บ้านไปสองคน แต่มันเอามาส่งแล้ว (แต่สงสัยว่าทำไมมันถึงเอามาส่ง) แต่ดีมากและขอบคุณมันที่มันเอามาส่ง ทุกคนตกใจหมดเลย หลานปลอดภัยดี #ที่มาโพสต์ไม่ไช่อะไรคือให้ทุกคนระวังลูกหลานที่บ้านด้วยนะคะ อย่าปล่อยให้เล่นข้างทางค่ะ #มันมาถึงบ้านเราแล้ว #บ้านป่าแดง #ช่วยกันแชร์เยอะๆนะคะ" โดยมีผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นและกดไลก์กดแชร์เป็นจำนวนมาก


ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 71/3 หมู่ที่ 1 ตำบลห้างสูง อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ได้พบกับเด็กหญิงหนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 9 ขวบ ที่ถูกลักพาตัวขึ้นรถตู้ที่ยังอยู่ในอาการหวาดกลัว และจากการสอบถามนางสาวณอร แม่ของเด็ก เล่าว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 14.00-17.00 น.ของวันที่ 21 กันยายน 2564 ตนเองไม่อยู่ ออกไปหาหน่อไม้ในป่า มีเพียงลูกสาวกับหลานสาวอยู่บ้านเพียงลำพัง พอกลับมาถึงบ้านก็เห็นลูกสาวอยู่ในอาการขวัญเสีย ตื่นกลัวโดยไม่ทราบสาเหตุ  จึงพยายามถามแต่ลูกสาวก็ไม่ยอมปริปากเลย ไปจนกระทั่งเวลาประมาณเกือบสองทุ่ม จึงทราบว่าที่ลูกสาวหวาดกลัวมาจากประมาณเวลา 16.00 น. ลูกสาวถูกคนแปลกหน้าเข้ามาตีสนิทและชักชวนขึ้นรถตู้สีขาว แต่ก็พยายามขัดขืน แต่ถูกชาย 2 คน จับแขนคนละข้างนำตัวขึ้นรถตู้ไป ส่วนหลานสาวอีกคนชื่ออายุ 1 ขวบเศษๆ มีชายอีกคนอุ้มขึ้นรถตู้คันเดียวกัน ภายในรถตู้ยังมีเด็กอายุใกล้กับลูกสาวเป็นเด็กชาย 3 คน เด็กหญิงอีก 3 คน  ระหว่างอยู่ในรถตู้ชายคนที่นำตัวลูกสาวขึ้นรถมายังบอกว่าห้ามบอกใคร มิฉะนั้นจะตี และให้เงินจำนวน 20 บาท พร้อมกับถามว่าที่บ้านมีเด็กๆ อยู่อีกไหม ลูกสาวก็บอกว่ามีอีกหลายคน จากนั้นก็ขับรถวนกลับมาที่หน้าบ้านเป็นจังหวะเดียวกันที่แขนของลูกสาวตนเองไปโดนปุ่มเปิดล๊อกประตูจนประตูเปิดออก ลูกสาวตนจึงรีบอุ้มหลานสาววิ่งลงจากรถ ขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นตา


ซึ่งนางสาวณอร ยังได้เปิดเผยอีกว่า ลูกสาวตนคงไม่โกหกแน่นอน เพราะเมื่อเจอตน ได้ร้องไห้และแสดงอาการหวาดกลัว   หากว่าโกหกคงไม่มีอาการแบบนี้ อีกทั้งยังบอกว่ารถที่มาพาตัวไปเป็นรถตู้สีขาวกับรถเก๋งมีไฟไซเรน ภายในรถตู้มีผู้ชายจำนวน 5 คน   ทำให้คิดสงสัยว่าเป็นรถตู้ลักพาตัวเด็ก  หลังจากนี้จะเดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเอาไว้ก่อน และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบหาเบาะแสจากกล้องวงจรปิดรอบๆชุมชน เพื่อหารถต้องสงสัย และฝากเตือนไปถึงผู้ปกครองควรระวัง อย่าให้ลูกหลานพ้นสายตา หรือเล่นกันตามลำพัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง