ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ที่จังหวัดสงขลา ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)

เวลา 08.57 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม ทรงติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริ ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านประกอบออก อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ออนไลน์)

โรงเรียนฯ แห่งนี้มีนักเรียน 177 คน เปิดสอนชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีเขตบริการ คือ บ้านประกอบออก และบ้านประกอบตก ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พบนักเรียนมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ จึงให้ครูประจำชั้น และครูพยาบาล ออกเยี่ยมผู้ปกครองเพื่อให้ความรู้ด้านโภชนาการ พร้อมนำไข่ไก่และนมผงไปให้บริโภค ส่วนที่มีภาวะอ้วน แนะนำให้ออกกำลังกายทุกวัน และให้ความรู้กับผู้ปกครองในการเลือกอาหาร โดยลดอาหารประเภทแป้ง ไขมัน น้ำตาล และรสเค็ม

โรงเรียนฯ มีนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ 21 คน กำลังศึกษาอยู่ 4 คน ในจำนวนนี้ได้รับพระราชทานไอแพดสำหรับการเรียนออนไลน์ ทำให้สามารถเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ผลการประเมิน NT ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์และภาษาไทย สูงกว่าระดับจังหวัดและระดับประเทศ ส่วนผลการประเมิน O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คะแนนเฉลี่ยกลุ่มสาระวิชาภาษาไทยสูงกว่าระดับจังหวัดและประเทศ ส่วนกลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ต่ำกว่าระดับจังหวัดและระดับประเทศ แก้ไขโดยส่งครูเข้าอบรมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา เพื่อพัฒนาตนเอง และนำเทคนิคการสอนต่าง ๆ มาใช้ และสอนเสริมหลังเลิกเรียน รวมทั้งนำนักเรียนเข้าค่ายวิชาการในกลุ่มเครือข่าย กิจกรรมสหกรณ์ ดำเนินการในรูปคณะกรรมการ ทั้งสหกรณ์ร้านค้า และออมทรัพย์ ฝึกทำบัญชี และไปดูงานที่สหกรณ์การเกษตรควนเนียง จำกัด
  
ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ โดยครูนัดพบนักเรียนที่บ้าน และส่งเสริมให้มาใช้ห้องสมุดโรงเรียน เนื่องจากได้รับพระราชทานหนังสือเรียนสำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังแจกเมล็ดพันธุ์ผัก นมผง และประกอบอาหารกลางวันไปให้นักเรียนที่บ้าน และนัดรับที่โรงเรียน โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ได้รับปิ่นโตพระราชทานจึงได้จัดอาหารกลางวันใส่ปิ่นโตให้นักเรียน
  
กิจกรรมการงานอาชีพ สำนักงานเกษตรอำเภอนาทวี สอนแปรรูปอาหาร เช่น ปลาดุกร้า และหน่อไม้ดอง ส่วนวิทยาลัยการอาชีพนาทวี มาสอนวิชาช่างซ่อมไฟฟ้าเบื้องต้น ได้แก่ การซ่อมเตารีดไฟฟ้า เพื่อให้มีความรู้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
   
โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีพื้นที่ 2 ไร่ มีผลผลิตเพียงพอ โรงเรียนจัดการเรียนรู้และให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ ปลูกผัก ไม้ผล เพาะเห็ดฟางในตะกร้า ผักไฮโดรโปนิกส์ เลี้ยงไก่ไข่ ไก่เบตง ไก่พื้นเมือง เป็ดเทศ เลี้ยงปลาในบ่อดิน กระชัง และบ่อซีเมนต์ และส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีความรู้ด้านการเกษตร โดยสอนปลูกผักยกแคร่ เพื่อช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน ซึ่งทรงชื่นชมว่าได้ผลดี น่าจะส่งเสริมให้ปลูกมากขึ้น

โอกาสนี้ ทรงมีพระราชดำรัสห่วงใยสุขอนามัยของนักเรียน รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ และให้นมบุตร ควรเสริมอาหารให้ครบ เพื่อให้เด็กมีสุขภาพอนามัยที่ดีตั้งแต่เล็ก และทรงมีพระราชดำรัส เรื่องการศึกษาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำได้ไม่เต็มที่ แต่สามารถใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ และหนังสือพระราชทาน ให้นักเรียน และครู เพิ่มเติมความรู้

เวลา 13.04 น. เสด็จออก ณ วังสระปทุม ทรงติดตามการดำเนินงานโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเชิญ พิศลยบุตร อำเภอนาทวี ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ออนไลน์ โรงเรียนฯ แห่งนี้ มีเขตบริการในพื้นที่บ้านช่อนทอง บ้านเกาะจง และบ้านเกาะไม้ใหญ่ เปิดสอนชั้นอนุบาล 2 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 130 คน โดยดำเนินงานตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ฉบับที่ 5 ด้านการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา นักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ทุกคน ณ โรงเรียนทับช้างวิทยาคม นอกจากนี้ มีนักเรียนบกพร่องการเรียนรู้ คือ เรียนรู้ช้า 10 คน จึงจัดการศึกษาที่เหมาะสมและส่งเสริมความภูมิใจในตนเอง ช่วยเหลือด้านการเรียนและพัฒนาทักษะทางสังคม ด้านผลการประเมินการสอบ NT ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คะแนนเฉลี่ยทั้ง 2 ด้าน ต่ำกว่าระดับจังหวัดและประเทศ ส่วนผลการประเมินการสอบ O-NET ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 คะแนนเฉลี่ยทั้ง 4 กลุ่มสาระวิชา ต่ำกว่าระดับจังหวัดและประเทศ จึงขอคำแนะนำวิธีจัดการเรียนการสอนจากครูโรงเรียนคู่พัฒนา และจากมหาวิทยาลัยทักษิณ

ด้านอาชีพจัดกิจกรรม อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ที่นำผลผลิตในโรงเรียนฯ มาถนอมอาหาร เป็นการเพิ่มมูลค่า อาทิ ทำขนมกล้วยนึ่ง มะพร้าวแก้ว และปลาดุกแดดเดียว มีสำนักงานเกษตรอำเภอนาทวี และวิทยาลัยเทคโนโลยีการเกษตรสงขลา เข้ามาส่งเสริมความรู้ ผลผลิตที่ได้จำหน่ายในร้านค้าสหกรณ์, กิจกรรมการงานอาชีพ “การซ่อมแซมเสื้อผ้า” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การสอยชายกระโปรง/กางเกง การชุนแบบรังผึ้ง และการเย็บกระดุมเสื้อนักเรียน

ส่วนกิจกรรมการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ส่งเสริมให้นักเรียนฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง ทำการเกษตรปลูกพืชผัก ไม้ผล ประมง ปศุสัตว์ และทำบัญชีฟาร์ม โดยมีผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งขยายผลสู่ชุมชน นำเมล็ดพันธุ์น้ำเต้าขาควาย บวบ และเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานไปมอบแก่ประชาชน 90 ครัวเรือน ทำให้มีผลผลิตไว้รับประทาน สามารถลดรายจ่าย เมื่อเหลือนำไปจำหน่ายในชุมชนเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว นอกจากนี้ โรงเรียนฯ ยังเป็นศูนย์บริการความรู้ 9 ฐาน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชน ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และนักเรียน โดยฐานที่ได้รับความสนใจ เช่น ฐานปลูกผักยกแคร่ ฐานปลูกผักในล้อยาง และฐานเลี้ยงหมูป่า ที่ผ่านมา มีผู้เข้ามาศึกษาหาความรู้ 7 ครั้ง รวม 70 คน

ทั้งนี้ จากพระราชกระแสรับสั่ง เมื่อปี 2559 เรื่องการให้นักเรียนพิมพ์แบบสัมผัส เพราะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ปัจจุบัน โรงเรียนฯ จัดการเรียนการสอนวิชาเทคโนโลยีวิทยาการคำนวณ โดยฝึกใช้ปรแกรมต่าง ๆ ฝึกพิมพ์แบบสัมผัสได้

โอกาสนี้ ทรงมีพระราชดำรัสเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ และสร้างขวัญกำลังใจแก่คณะครู นักเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมกันพัฒนาโรงเรียนและชุมชน

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง