ข่าวในพระราชสำนัก

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ดังนี้

เวลา 13.00 น.วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม ทรงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ออนไลน์

ในการนี้ นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ กราบบังคมทูลรายงานผลการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยด้านบริหารจัดการ รณรงค์ให้ผู้ปฏิบัติงานฉีดวัคซีนฯ และเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานของศูนย์ฯ ในรูปแบบออนไลน์, ด้านวิชาการ ปรับปรุงข้อมูลในระบบเว็บไซต์ให้เป็นปัจจุบันและสะดวกในการเข้าถึง อาทิ ข้อมูลพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต, ข้อมูลพื้นที่ขยายผลดำเนินการจัดทำแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน และด้านขยายผล จัดทำโครงการส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่ด้านต่าง ๆ แก่เกษตรกร 18 โครงการ เป้าหมาย 4,183 คน รวมทั้งจัดทำหลักสูตรถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร รวม 32 หลักสูตร โดยอบรมเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ของเกษตรกร, อบรมผ่านแอปพลิเคชัน ซูม และจัดทำไลน์ของเกษตรกร เพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และปรึกษาปัญหาต่าง ๆ ได้ ส่วนผลการประกวดหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ “โครงการ 9 : 10 ปฏิบัติบูชา สืบสาน รักษา ต่อยอด” ซึ่งเป็นความร่วมมือของกรมการพัฒนาชุมชน จังหวัดนราธิวาส, สำนักงาน กปร., ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ ในการน้อมนำแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้ โดยหมู่บ้านต้นแบบการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ บ้านพิกุลทอง ด้านสังคม ได้แก่ บ้านโคกสยา และด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ บ้านคีรี

จากนั้น ทรงติดตามการดำเนินงานต่าง ๆ ของศูนย์ฯ อาทิ โครงการรวบรวมพันธุ์กล้วยพื้นเมืองตามพระราชดำริ เริ่มดำเนินการปี 2560 มีพื้นที่ 2.2 ไร่ ปี 2562 ได้สำรวจและรวบรวมพันธุ์กล้วยจากแหล่งต่าง ๆ ในจังหวัดนราธิวาส และจังหวัดอื่น ๆ จำนวน 36 พันธุ์ ในปี 2564 ดำเนินการสำรวจและปลูกพันธุ์กล้วยเพิ่มเติม คือ กล้วยนิ้วจระเข้ กล้วยขนม และกล้วยเล็บม้า หรือ กล้วยตานีกีบม้า ด้านการพัฒนาและต่อยอดพันธุ์กล้วย จากการศึกษาข้อมูลพันธุ์กล้วยภายในแปลง จำนวน 39 พันธุ์ พบว่ามีกล้วยพันธุ์ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจที่สามารถนำมาต่อยอด และขยายผลได้ 6 พันธุ์ อาทิ กล้วยหิน กล้วยหอม และกล้วยงาช้าง ส่วนโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์สำรอง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในยามวิกฤต ในปี 2564 แจกจ่ายให้เกษตรกร 263 คน เป็นเมล็ดพันธุ์พริกหยวก กระเจี๊ยบเขียว มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว ถั่วพู ฟักแฟง และน้ำเต้าคอขวด รวมทั้งแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวซีบูกันตัง และพันธุ์ข้าวหอมกระดังงา แก่เกษตรกร 13 คน, ด้านโครงการทดสอบการปลูกกระจับในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดที่ผ่านการปรับปรุง สามารถเก็บผลผลิตได้เมื่ออายุ 4-6 เดือน ให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 800-1,200 กิโลกรัมต่อไร่

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ แปลงปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ ซึ่งในแต่ละปีจะมีการปลูกสลับชนิดพืช ทั้งพืชผักและพืชไร่ สลับกับการปลูกการปลูกข้าวโพดหวาน มะเขือเปราะ ถั่วพู และพริกชี มีการปรับปรุงดินโดยใช้พืชปุ๋ยสด ปอเทือง ปีละ 1 ครั้ง, การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ย และเห็ดฟางในตะกร้า ที่นำวัสดุไม่ใช้ประโยชน์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ และใช้ผักตบชวาเป็นอาหารของเชื้อเห็ดฟาง

ด้านงานปศุสัตว์ ในโครงการผลิตและส่งเสริมการเลี้ยงเป็ดไข่พระราชทาน จากศูนย์พัฒนาปศุสัตว์ตามพระราชดำริ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เมื่อปี 2563 จำนวน 309 ตัว ได้สนับสนุนให้โรงเรียนเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน 3 โรงเรียน โรงเรียนละ 50 ตัว และให้เกษตรกรในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ 5 คน คนละ 20 ตัว นอกจากนี้ได้สนับสนุนเป็ดไข่สาว อายุ 20 สัปดาห์ แก่โรงเรียนเกษตรเพื่ออาหารกลางวันและเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวม 500 ตัว ซึ่งผลผลิตที่ได้นำมาบริโภคเป็นอาหารโปรตีน และสร้างรายได้ให้ครอบครัว

ส่วนโครงการผลิตและส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่พระราชทาน ปี 2564 ผลิตไก่สาว อายุ 20 สัปดาห์ จำนวน 1,700 ตัว ได้รับการสนับสนุนพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ จากศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์พระราชทานด่านซ้าย จังหวัดเลย 180 ตัว นำไปส่งเสริมและสนับสนุนโรงเรียนเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน จังหวัดนราธิวาส 29 โรงเรียน โรงเรียนละ 50 ตัว รวมทั้งมอบแก่เกษตรกรในพื้นที่ขยายผล พื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ พื้นที่ศูนย์สาขา และพื้นที่ที่มีพระราชดำริให้ดำเนินการ จำนวน 50 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 5 ตัว ทั้งนี้ ในปี 2564 แผนงานทดลองเลี้ยงไก่ไข่พระราชทาน โดยศูนย์พัฒนาพันธุ์สัตว์พระราชทานด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้ส่งมอบไก่ไข่พระราชทาน จำนวน 500 ตัว แก่ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 เพื่อใช้ในการทดสอบการเลี้ยงไก่ไข่พระราชทานในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน

สำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ มี 13 หมู่บ้าน 2,999 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 28,000 ไร่ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยบ้านพิกุลทอง มี 216 ครัวเรือน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม 107 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ทำเกษตรแบบผสมผสาน ใช้น้ำจากโครงการอ่างเก็บน้ำใกล้บ้านอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเมื่อปี 2526 เพื่อจัดหาน้ำสนับสนุนกิจกรรมการเกษตรให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ และราษฎรบริเวณใกล้เคียง จำนวน 200 ไร่ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำร้อยละ 40 ของความจุ ในปีงบประมาณ 2558 และ 2559 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางนรา สำนักงานชลประทานที่ 17 ดำเนินการปรับปรุงขุดลอกอ่างเก็บน้ำใกล้บ้าน ทำให้มีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น 0.88 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่อมา ดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำ U-shape คลองส่งน้ำสะปียอ สายที่ 1 และ 2 เพิ่มเติมให้พื้นที่เกษตรกรบ้านคีรี และพื้นที่บางส่วนของบ้านพิกุลทอง จำนวน 830 ไร่

จากนั้น ทอดพระเนตรแปลงเกษตรแบบผสมผสานของ นายดำ หะยะมิน ซึ่งเดิมประกอบอาชีพก่อสร้าง และเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ทำให้มีหนี้สินโดยไม่รู้ตัว จึงเริ่มทำการเกษตรในปี 2547 เนื่องจากมีที่ดินอยู่แล้ว และทางศูนย์ฯได้เข้ามาขุดคู-ยกร่อง เพื่อทำการเกษตร โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ มาเป็นพี่เลี้ยงในการให้ความรู้ทั้งด้านดิน น้ำ พืช และสัตว์ รวมทั้งสนับสนุนปัจจัยการผลิตบางส่วน จากการทำเกษตรแบบผสมผสาน บนพื้นที่ 15 ไร่ ซึ่งมีการปลูกพืชหลายชนิด โดยรายได้หลักมาจากทำนาผักบุ้ง และปลูกพืชหมุนเวียน เช่น ฟักเขียว สะระแหน่ มันปู ปลูกไม้ผล เช่น เงาะ ชมพู่ มะพร้าว กล้วย เลี้ยงปลา กบ และเป็ด โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ เน้นการพึ่งพาตนเอง สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวปีละ 530,000-830,000 บาท

โอกาสนี้ มีพระราชดำรัสเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เวลา 15.33 น. เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมง เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายหนังสือชุด “ใต้ร่มพระบารมี จากสายธาราสู่มหานที 95 ปี กรมประมง” รูปแบบปกแข็ง และปกอ่อน เพื่อพระราชทานแก่โรงเรียน และสถานศึกษาในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามพระราชดำริ

เวลา 17.32 น. พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลตำรวจโท วิชิต ปักษา ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และคณะ เฝ้าทูลละอองพระบาท รับพระราชทานรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อพระราชทานแก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 และกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 34 ไว้ใช้ในการปฏิบัติภารกิจ

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง