เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : เกาะติดฉีดวัคซีนเข็ม 3 - ดันให้ครบล้านโดสวันนี้

ต้องเรียกว่าคึกคักเลยทีเดียวสำหรับการฉีดวัคซีนที่ตั้งเป้า 1,000,000 โดส ถวายเป็นพระราชกุศลวันมหิดล มีประชาชนทยอยเข้ารับการฉีดวัคซีนจำนวนมาก

โดยในปัจจุบันประเทศไทย มีวัคซีนทั้งแบบเชื้อตาย คือ ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แบบไวรัสเวกเตอร์ คือ แอสตร้าเซนเนก้า และ mRNA ของไฟเซอร์ มาเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างการระดมฉีดเข็ม 1 ตามด้วยสูตรไขว้และการกระตุ้นเข็ม 3 ซึ่งก็ยังเต็มไปด้วยคำถามถึงประสิทธิภาพของสารพัดสูตรวัคซีน

ล่าสุดศูนย์วิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เผยผลการศึกษาวิจัยวัคซีนสูตรไขว้ ซึ่งมีการเก็บข้อมูลทั้งหมด 4 สูตร พบว่าสูตรแอสตร้าเซนเนก้า ตามด้วยไฟเซอร์ ภูมิคุ้มกันขึ้นสูงที่สุด 2,259.9 หน่วยต่อมิลลิลิตร รองมาเป็นซิโนแวค ตามด้วยไฟเซอร์ ได้ระดับภูมิคุ้มกันที่ 2,181.8 หน่วยต่อมิลลิลิตร

ซิโนแวค ตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้า ได้ระดับภูมิคุ้มกัน 1,049.7 หน่วยต่อมิลลิลิตร และสุดท้ายแอสตร้าเซนเนก้า ตามด้วยซิโนแวค ได้ระดับภูมิคุ้มกันที่ 172.1 หน่วยต่อมิลลิลิตร

ส่วนเรื่องของความปลอดภัยและผลกระทบระยะยาวยังต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูล แต่สิ่งที่นักไวรัสวิทยากังวล คือ ระดับภูมิคุ้มกันของการฉีดวัคซีนไขว้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะหากภูมิตกเร็วและต้องมีการฉีดกระตุ้นมากกว่า 3 เข็ม อาจส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถรับวัคซีนที่พัฒนา เพื่อป้องกันเชื้อสายพันธุ์ใหม่ได้

นับตั้งแต่ที่ไทยเริ่มมีการฉีดวัคซีนโควิด-19 มีการฉีดวัคซีนแล้วทั้งหมด 8 สูตร คือ
- ซิโนแวค 2 เข็ม (สูตรนี้เลิกใช้แล้ว)
- แอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม
- ซิโนฟาร์ม 2 เข็ม
- ซิโนแวค เข็ม 1 ตามด้วยแอสตร้าเซนเนก้า เป็นเข็ม 2 (สูตรนี้ถูกใช้เป็นสูตรหลักของไทยขณะนี้)
- ไฟเซอร์ 2 เข็ม เน้นฉีดให้เด็กอายุ 12-17 ปี
- แอสตร้าเซนเนก้า เข็ม 1 ตามด้วยไฟเซอร์ เป็นเข็ม 2
- ซิโนแวค 2 เข็ม ตามด้วยบูสเตอร์เข็ม 3 เป็นแอสตร้าเซนเนก้า หรือไฟเซอร์ (สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็มมาแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน)

กรณีที่กระทรวงสาธารณสุข เตือนคนที่จองฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดสเข็มที่ 3 เป็นของโมเดอร์นา ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน นักไวรัสวิทยายอมรับว่าเป็นเพราะไทยไม่เคยมีวัคซีนโมเดอร์นา จึงไม่มีข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพ แต่สามารถเทียบข้อมูลกับวัคซีนของไฟเซอร์ได้ เพราะเป็นวัคซีนชนิดเดียวกัน ประสิทธิภาพจึงไม่ต่างกัน

ปีนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าหมายจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้อย่างน้อย 100 ล้านโดส หรือ 50 ล้านคน โดยข้อมูลการฉีดวัคซีนจากระบบหมอพร้อม ล่าสุดยังเหลืออีกประมาณ 53 ล้านโดส จึงจะครบตามเป้าหมาย