สนามข่าว เสาร์-อาทิตย์

พายุ "เตี้ยนหมู่" ทำหลายจังหวัดน้ำท่วม

ที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ถนนเกือบทุกสายมีน้ำท่วมขังสูง รวมทั้งบริเวณหน้าตลาดนิกรธานี ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 40 เซนติเมตร ทำให้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (24 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ต้องเร่งสูบน้ำออก จนระดับน้ำเริ่มลดลงบ้างแล้วในบางจุด

ขณะที่แม่น้ำมูลน้อย (ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำมูล) มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนในชุมชนวังแดง ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำสุดริมน้ำ ทำให้ชาวบ้านหลายครอบครัวต้องขนข้าวของอพยพออกจากชุมชน  มาอาศัยที่สวนสาธารณะห้วยม่วงชั่วคราว โดยเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้นำเต็นท์มาให้ชาวบ้านอาศัยอยู่ ครอบครัวละหลัง พร้อมกับส่งน้ำ และอาหาร ไม่ให้ปะปนกัน เพื่อป้องกันสัมผัสเชื้อโควิด-19

ส่วนที่จังหวัดชัยภูมิ อีกพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่อง จนทำให้อ่างเก็บน้ำหลายแห่งมีปริมาณน้ำเกินจุดวิกฤต ขณะที่แม่น้ำสาขาของแม่น้ำชี ได้เอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนของประชาชนโดยเฉพาะที่บริเวณริมน้ำ รวมทั้งพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย

เช่นเดียวกับแม่น้ำพรม ที่ไหลท่วมพื้นที่เทศบาลตำบลเกษตรสมบูรณ์ ชาวบ้านต้องช่วยกันนำกระสอบทรายมากั้น และเร่งสูบน้ำออก และที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ คลองคำปิง ที่รับน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำลำคันฉู น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริมน้ำ แล้วกว่า 70 หลังคาเรือน และเมื่อคืนที่ผ่านมามีรายงานว่า มีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืนอีกด้วย ก็ต้องมาดูกันว่าเช้าวันนี้ (25 ก.ย.) ปริมาณจะเพิ่มสูงขึ้น ขยายวงกว้างสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเพิ่มเติมหรือไม่

ส่วนที่จังหวัดยโสธร สถานการณ์น่าห่วงไม่น้อยกว่าจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงตลอดทั้งวันของเมื่อวานนี้ (24 ก.ย.) ทำให้มีน้ำสะสม ในพื้นที่บ้านทุ่งมน ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว ในปริมาณมาก จนเกิดน้ำป่าไหลหลาก เข้าท่วมถนนทางเข้า-ออกหมู่บ้าน สูงกว่า 50 เซนติเมตร กระแสน้ำไหลเชี่ยว รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ในพื้นที่ภาคกลางก็ประมาทไม่ได้ โดยกรมชลประทาน คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลผ่านที่สถานีวัดน้ำ C2 จังหวัดนครสวรรค์ จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทาน จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อน ตั้งแต่บริเวณตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมประมาณ 1 เมตร ในวันที่ 26 กันยายนที่จะถึงนี้

และเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือ โทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา