เจาะประเด็นข่าว 7HD

ศบค.ปรับมาตรการผ่อนคลาย 10 กิจการ-ลดเคอร์ฟิว เป็น 22.00 – 04.00 น.

ผู้ติดเชื้อใหม่ 10,288 คน ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบเดือนกันยายน เลยทีเดียว และพบผู้ติดเชื้อใน กทม. ปริมณฑล และต่างจังหวัด มีทิศทางลดต่ำทำให้ภาพรวมสถานการณ์จริงมีผู้ติดเชื้อใหม่ลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่เริ่มปรับมาตรการและมีมาตรการต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิตที่วันนี้เพิ่ม 101 คนต่ำสุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาและลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ศบค.ยังคงเข้มมาตรการ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ดีดตัวกลับไปหลังจากปรับมาตรการหลัง 30 กันยายนนี้ ทั้งมาตรการคุมเข้มส่วนบุคคล มาตรการทางสังคมและการตรวจคัดกรองเบื้องต้น

ทั้งนี้หลังสถานการณ์โควิด-19 มีทิศทางที่ดีขึ้น ที่ประชุม ศบค.วันนี้จึงมีการปรับมาตรการที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เริ่มจากการขยายระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 2 เดือน หรือจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน เพื่อให้เวลากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับช่วงต่อจาก ศบค. ในการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ควบคุมโรคติดต่อ ที่จะประกาศใช้ต่อไป

พร้อมกับปรับเวลาเคอร์ฟิวจากเดิม 21.00 – 04.00 น. เป็น 22.00 – 04.00 น. โดยจะมีการประเมินทุกๆ 15 วัน และเมื่อมีการขยับเคอร์ฟิวแล้ว ศบค.จึงให้ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดนัดเปิดได้ถึง 21.00 น. ด้วย

ศบค.ยังปรับมาตรการกิจการ กิจกรรม อีก 10 ประเภท คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์ หอศิลป์ กีฬาในร่ม ฟิตเนส ร้านทำเล็บ ร้านสัก ร้านนวด สปา โรงภาพยนตร์ ฉายภาพยนตร์ และเล่นดนตรีในร้านอาหาร ภายใต้มาตรการโควิด-19 ฟรี เซตติง อย่างเคร่งครัด เช่น โรงภาพยนตร์ห้ามรับประทานน้ำ-อาหาร หรือการเล่นดนตรีในร้านอาหารให้นักร้องถอดหน้ากากกรณีร้องเพลงและห้ามสัมผัสกัน

โดยให้ปรับลดเวลากักตัวของผู้ที่เดินทางเข้าประเทศจากเดิม 14 วัน เหลือ 7 วัน โดยต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR หรือฉีดวัคซีนครบตามเงื่อนไข ทั้งในส่วนผู้ที่โดยสารเครื่องบินและเดินทางทางบกตามด่านต่างๆ

พร้อมกับเห็นชอบเลื่อนการเปิดพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ใน 10 จังหวัดนำร่องการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1-30 พฤศจิกายน จากนั้น 1-31 ธันวาคม จะเปิดเพิ่มอีก 20 จังหวัด และตั้งแต่มกราคม 2565 เป็นพื้นที่นำร่องเศรษฐกิจ 13 จังหวัด