เช้าข่าว 7 สี

ศบค.คลายล็อก อีกหลายกิจกรรม-กิจการ

ก่อนอื่นมาดูยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เมื่อวานนี้กันก่อน อยู่ที่ 10,288 คน ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายวัน อยู่ที่ 101 คน รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,543,063 คน รวมเสียชีวิตสะสม 16,275 คน

ขณะที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ เมื่อวานนี้ มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหมเป็นประธาน เห็นชอบปรับมาตรการสำหรับกิจกรรมและกิจการในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด สีแดงเข้ม ให้สามารถเปิดให้บริการได้ ประกอบด้วย

เปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และเด็กก่อนวัยเรียน ที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โรงภาพยนตร์ ห้องออกกำลังกาย ฟิตเนส เปิดบริการได้ ส่วนการเล่นดนตรีในร้านอาหาร เปิดให้เล่นดนตรีได้ 5 คนแต่ต้องสวมหน้ากากอนามัย ส่วนนักร้องหากไม่สวมหน้ากากอนามัย ต้องไม่สัมผัสกับนักดนตรี และลูกค้าที่มารับฟังเพลง

ส่วนร้านทำเล็บ ร้านสัก สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ นวด สปา ต้องนัดล่วงหน้า สำหรับศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด ตลาดสด เปิดบริการได้ถึง 21.00 น. แต่อีกหลายกิจการยังไม่เปิดบริการ อาทิ มหรสพ ร้านเกม สวนน้ำ สวนสนุก โดยมาตรการทั้งหมดจะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

ขณะเดียวกัน ยังได้เห็นชอบ ให้ขยายการใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ต่อไปอีก 2 เดือนซึ่งจะสิ้นสุดการใช้ในเดือน พฤศจิกายน 2564 เพื่อรอ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม มีผลบังคับใช้ โดยยังคงความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการส่วนบุคคล ที่เน้นการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ และตรวจ ATK อีกทั้ง ยังคงขอความร่วมมือลดการเดินทาง

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กำหนดจังหวัดท่องเที่ยวเพิ่มเติมจากเดิม อีก 2 จังหวัด และพื้นที่เกาะที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้อยละ 80 จากรายได้นักท่องเที่ยวทั้งหมด ที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 ตุลาคม

ต่อจากนั้นจะเริ่มอีก 10 จังหวัด ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ โดยเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด

ระยะต่อมาจะเริ่มในวันที่ 1 ธันวาคม อีก 20 จังหวัด ที่นอกจากมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 15 แล้ว ยังมีสินค้าการท่องเที่ยวด้านศิลปวัฒนธรรม และมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนในปีหน้าที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นไป จะเป็น 13 จังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน