เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : โควิด-19 พ่นพิษ บีบหญิงเกิน 50 ปี สู่เส้นทางค้ากาม

คำบอกเล่าของผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ หรือกลุ่ม SWING ตอกย้ำปัญหาซ้ำซ้อนของสถานการณ์โควิด-19 ที่กลุ่มผู้ค้าบริการทางเพศ ต้องเผชิญ หลังไม่มีงานทำ แต่ต้องถูกตำรวจจับ เพราะประกอบอาชีพผิดกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีซึ่งใช้มานานถึง 61 ปี แล้ว ท่ามกลางข้อมูล การไหลของกลุ่มค้าบริการทางเพศ

พบว่าช่วงโควิด-19 กลุ่มผู้ค้าบริการทางเพศ ที่มีอยู่ราว 200,000 คน บางคนกำลังทยอยสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มหญิงค้าบริการอายุยังไม่มาก และ กลุ่มผู้ค้าบริการข้ามเพศ หันหาช่องทางนี้ในการดิ้นรนหารายได้เลี้ยงปากท้องและครอบครัว ซ้ำร้ายยังพบผู้ไม่เคยค้าบริการทางเพศ วัย 50 ปีขึ้นไป ก้าวเข้าสู่วงจรค้ากาม เพื่อให้ทุกชีวิตในครอบครัวรอดพ้นภาวะอดตาย นำไปสู่ข้อเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายเอาผิดกับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพนี้

ขณะที่สถิติด้านการค้าประเวณี และการค้ามนุษย์ในรูปแบบการค้าประเวณี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าตั้งแต่ต้นปีมีการแจ้งข้อมูลในเรื่องนี้แล้วกว่า 10,000 กรณี และทั้งหมดถูกจับกุมเกือบหมดตามที่มีการแจ้งเข้ามา ลดจาก 2,400 กรณี ก่อนเกิดโควิด-19 ราว 1 เท่าตัว ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่า เป็นเพราะหันไปทำออนไลน์มากขึ้น การจับกุมจึงอาจยังตามไม่ถึง

ในระหว่างที่สังคมเองก็ยังไม่ตกผลึกว่า จะเดินหน้าอย่างไรดีกับกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี ที่ถกเถียงกันอยู่ระหว่าง จะปรับแก้กฎหมายเดิม หรือจะยกเลิกกฎหมายนี้ไปเลย เพื่อให้วงจรชีวิตของผู้ตัดสินใจเลือกค้าบริการ มีทางออกที่เหมาะสมในทุกด้าน

การขยับปรับปรุงพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี เดินหน้าก้าวแรกไปแล้ว เริ่มจากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เปิดรับฟังความเห็นประชาชนมาตั้งแต่วันที่ 6 กันยายนถึง 5 ตุลาคมนี้ ก่อนสรุปผลเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตัดสินใจเชิงนโยบายต่อไป