7 สีช่วยชาวบ้าน

ณัฐชนน Love เลย : มช. เผยงานวิจัยฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุ 2 เข็ม ไม่เพียงพอ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยผลงานการวิจัยการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในผู้สูงอายุ พบว่าการฉีดซิโนแวค 2 เข็ม มีระดับไม่เพียงพอในการยับยั้งการเข้าสู่เซลล์มนุษย์ของเชื้อโควิด-19 ควรกระตุ้นภูมิเข็มที่ 3 โดยเร่งด่วน

คณะแพทยศาสตร์ และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยผลงานวิจัยเพื่อทดสอบค่าภูมิคุ้มกันแอนติบอดีที่ยับยั้งการเข้าสู่เซลล์ของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ต่าง ๆ ในอาสาสมัครอายุมากกว่า 60 ปี จำนวน 24 คน ที่ได้รับวัคซีนสูตร 3 เข็ม คือ วัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม และกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยแอสตราเซนเนกา โดยเปรียบเทียบภูมิต้านทานต่อเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ต่าง ๆ ก่อนและหลังได้รับการกระตุ้นด้วยวัคซีนแอสตราเซนเนกา

ผลการวิจัยพบว่า การฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกากระตุ้นภูมิในประชากรสูงอายุที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ก่อนหน้านี้ มีระดับ Neutralizing Antibody ที่เพียงพอในการยับยั้งการเข้าสู่เซลล์มนุษย์ของเชื้อโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิม สายพันธุ์เดลตา แอลฟา และเบตา แสดงให้เห็นว่าการฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม สร้างระดับภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอในการยับยั้งการเข้าสู่เซลล์มนุษย์ของเชื้อโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตาในผู้สูงอายุ ดังนั้น ผู้สูงอายุที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ควรได้รับการกระตุ้นภูมิด้วยวัคซีนเข็มที่ 3 ชนิดอื่น ที่ไม่ใช่วัคซีนเชื้อตายโดยเร่งด่วน เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและเสียชีวิต

ข้อแตกต่างของงานวิจัยชิ้นนี้จากงานวิจัยอื่น คือ เป็นการศึกษาเฉพาะประชากรกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุ และเป็นการทดสอบ Neutralizing Antibody เป็นแอนติบอดีที่มีผลการยับยั้งเชื้อโควิด-19 ไม่ให้เข้าเซลล์โดยตรง ทำให้ไวรัสไม่สามารถก่อโรคในคนได้ ไม่ใช่การทดสอบแอนติบอดีที่ถูกรายงานมาก่อนหน้านี้

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานวิจัยของนักวิจัยไทย ที่สามารถนำข้อมูลมาต่อยอด เพื่อวางแผนและนโยบายในการจัดการกับโควิด-19 ในประเทศไทย