เช้านี้ที่หมอชิต

ผู้นำไต้หวัน ย้ำ ไม่ยอมให้จีนรวมชาติ

เช้านี้ที่หมอชิต - ผู้นำไต้หวันย้ำชัดจะไม่ยอมถูกกลืนกิน ไม่หวั่นแม้จีนประกาศต้องรวมชาติชัวร์

ประธานาธิบดีไต้หวันเรียกร้องคงสถานะดั้งเดิมทางการเมืองระหว่างการปราศรัยเนื่องในวันชาติ เมื่อวันอาทิตย์ (10 ต.ค.) ยันจะไม่ยอมอ่อนข้อให้การคุกคามทางทหารของจีน ขณะที่ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ประมุขแดนมังกรเพิ่งประกาศชัดเจนว่า การรวมไต้หวันเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น และการรวมชาติอย่างสันติเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม ซึ่งรวมถึงประชาชนไต้หวัน

คณะนักร้องประสานเสียงที่ประกอบด้วยชนพื้นเมืองเผ่าต่าง ๆ ขับร้องเพลงเปิดพิธีฉลองวันชาติเบื้องหน้าอาคารสำนักงานประธาธิบดีกลางกรุงไทเป ที่สร้างโดยญี่ปุ่นที่เคยปกครองเกาะแห่งนี้ในฐานะเจ้าอาณานิคมนาน 500 ปี จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ประกาศว่า ไต้หวันจะทุ่มเทสุดความสามารถเพื่อปกป้องไม่ให้สถานะดั้งเดิมถูกเปลี่ยนแปลงฝ่ายเดียว ทั้งนี้ จีนอ้างว่า ไต้หวันเป็นดินแดนของตน แม้ไทเปปกครองตนเองในระบอบประชาธิปไตย ขณะที่จีนยังคงปกครองด้วยระบอบเผด็จการภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์

ผู้นำไต้หวันเสริมว่า ไต้หวันจะเดินหน้าส่งเสริมการป้องกันประเทศ และแสดงความมุ่งมั่นในการปกป้องตนเองเพื่อให้แน่ใจว่า จะไม่มีใครสามารถบังคับไต้หวันให้เลือกเดินตามทางที่จีนขีดไว้ให้ เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวปราศจากวิถีชีวิตที่มีเสรีภาพ ประชาธิปไตย และอธิปไตยสำหรับประชาชนไต้หวัน 23 ล้านคน

ผลสำรวจพบว่า ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ต้องการสถานะรัฐอิสระแบบปัจจุบัน และต่อต้านการรวมประเทศกับจีน ซึ่งประกาศเจตนารมณ์พร้อมผนวกรวมไต้หวันด้วยกำลังทหารหากจำเป็น

ไช่ ที่ปกติแล้วไม่ค่อยเอ่ยอ้างถึงจีนโดยตรงในระหว่างการปราศรัยบ่อยนัก ยอมรับว่า สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นอย่างมาก และไต้หวันเผชิญการคุกคามทางทหารหนักข้อขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยนับจากเดือนกันยายนปีที่แล้ว จีนส่งเครื่องบินขับไล่มุ่งหน้ามาทางไต้หวันถึงกว่า 800 ครั้ง

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดนี้ ไทเปพยายามกระชับความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการกับนานาประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอเมริกา แต่ไช่ยอมรับว่า ยิ่งทำให้ปักกิ่งกดดันไต้หวันมากขึ้น

ภายหลังการปราศรัยของไช่ กระทรวงการป้องกันประเทศของไต้หวันได้นำอาวุธยุทโธปกรณ์ออกแสดง ซึ่งรวมถึงเครื่องยิงจรวด ยานยนต์หุ้มเกราะ รถถัง รถบรรทุกติดตั้งระบบขีปนาวุธธันเดอร์โบลต์ 2000 ระบบขีปนาวุธซูเปอร์โซนิกเร็วเหนือเสียง สงเฟิง 3 ที่ไต้หวันพัฒนาเอง ขณะที่เครื่องบินขับไล่และเฮลิคอปเตอร์โจมตีโชว์แสนยานุภาพอยู่บนฟ้า

ไช่ ยังบอกอีกว่า ไต้หวันต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสันติภาพในภูมิภาค แม้สถานการณ์ในอินโด-แปซิฟิก ตึงเครียดและซับซ้อนมากขึ้น ก็ตาม

เมื่อวันเสาร์ (9 ต.ค.) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน กล่าวว่า การรวมไต้หวันเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น และการรวมชาติอย่างสันติเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม ซึ่งรวมถึงประชาชนไต้หวัน

ประมุขแดนมังกรย้ำว่า ไม่ว่าใครไม่ควรบ่อนทำลายเจตจำนงแน่วแน่ของคนจีนและศักยภาพในการปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน

ทั้งนี้ นับจากวันศุกร์ที่แล้ว (1 ต.ค.) จีนส่งเครื่องบินขับไล่เข้าสู่น่านฟ้าสากลใกล้ไต้หวันจำนวนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์