เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : วิกฤต ซ้อนวิกฤต ที่หาบเร่แผงลอยต้องเผชิญ

ตีตรงจุดวันนี้ ตีแผ่ปัญหา "การจัดระเบียบทางเท้า" ที่ว่ากันว่า เป็น "สวรรค์" คนเดิน "นรก" แผงลอย ดำเนินการกันมาตั้งแต่หลังรัฐประหารในปี 2557 ผ่านมา 7 ปี ชีวิตความเป็นอยู่ของ พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่แผงลอย เป็นอย่างไร ระเบียบทางเท้าดีขึ้นแค่ไหน จะได้รู้ครบ จบในช่วงนี้

ชีวิตผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่หมดอาชีพ จากการจัดระเบียบของภาครัฐ จึงต้องหันไปทำอาชีพอื่นเพื่อดูแลครอบครัว ต้องดิ้นรนกันขนาดไหน

รถเข็นที่เคยใช้ขายลูกชิ้น และรถพ่วงขายเครื่องดื่มถูกจอดสนิทอยู่ที่หลังบ้าน ในซอยอินทามระ 11 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันกับเพื่อนบ้าน ส่วนเครื่องมือทำมาหากินถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีภายในบ้านมานานนับปีแล้วตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19

จากเดิมที่เคยช่วยกันกับสามีหารายได้จากอาชีพนี้มาจุนเจือครอบครัวนานนับสิบปี แต่ชีวิตต้องพลิกผัน เพราะคนออกจากบ้านน้อยลง ลูกค้าลดทำให้รายได้ไม่เพียงพอ เธอสุขภาพไม่ดี ต้องกลับมาอยู่บ้านดูแลลูกทั้ง 4 คนที่ยังเล็กและต้องเรียนออนไลน์ ส่วนสามีตัดสินใจไปเป็น รปภ. ได้เงินวันละ 500 บาท มาดูแลทั้ง 6 ชีวิตภายในบ้าน

ชีวิตของคนทำอาชีพหาบเร่แผงลอยไม่ง่าย ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ต้องปรับกลยุทธ์ ลดปริมาณวัตถุดิบเพื่อสู้ต่อ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดโดยเฉพาะพื้นที่ขายของซึ่งถูกจัดระเบียบ

บางคนโชคดี ได้ขายในจุดผ่อนผันตามริมถนนและทางเท้า อย่างเช่นแม่ค้าขายลูกชิ้นอายุ 52 ปีคนนี้ ซึ่งมีจุดประจำอยู่บริเวณทางเท้าริมถนนพหลโยธิน 14 เดิมเคยเป็นจุดผ่อนผันแต่ถูกยกเลิกไปเมื่อ 3 ปีก่อน เพราะมีผู้ค้าน้อย แต่ตอนนี้ก็ยังขายต่อไปได้ เนื่องจากมีทางกว้างขวางและไม่กระทบต่อผู้ใช้ทางเท้า โดยมีเทศกิจคอยดูแล

ข้อจำกัดอีกอย่าง คือ เรื่องช่วงเวลาที่อนุญาตให้ผู้ค้านำของมาขายบนทางเท้าได้ตั้งแต่ช่วงหลัง 18.00 น. ยิ่งในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ขายของได้ไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องเก็บของกลับบ้านแล้ว

ขณะเดียวกันการยกเลิกจุดผ่อนผัน จัดระเบียบหาบเร่แผงลอยบนทางเท้า แล้วจัดหาสถานที่อื่นรองรับ แม้จะสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ขณะเดียวกันก็อาจไม่ตอบโจทย์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ที่มีจุดขาย คือ การหาซื้อได้ง่ายในจุดที่มีคนเดินผ่าน