ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ส่อง สัมปทานรังนก ทุจริต-อำนาจมืด ? ตอนที่ 1

ข่าวภาคค่ำ - เป็นข่าวครึกโครมไปช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา สร้างความสะเทือนใจพี่น้องชาวไทย ถึงการลักลอบขโมยรังนกอีแอ่น ที่เกาะสี่และเกาะห้า จังหวัดพัทลุง ถึงขั้นใช้ไฟรมควันเผาไล่แม่นก ล่าสุด หัวขโมยถูกจับได้หมดแล้ว แต่สิ่งที่ยังต้องตามต่อคือ มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมในการแสวงหาประโยชน์ครั้งนี้ด้วยหรือไม่ ติดตามกับคุณ สมจิตต์ นวเครือสุนทร

คลิปเสียงที่ท่านผู้ชมได้ยินไปเมื่อสักครู่นี้ ถูกอ้างว่าเป็นบทสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่เฝ้าแพ ยอมเปิดทางให้มีการเคลื่อนย้ายรังนกในถ้ำบริเวณเกาะสี่และเกาะห้า จังหวัดพัทลุง ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐเฝ้าดูแล ระหว่างรอการประมูลให้ได้ผู้รับสัมปทานรายใหม่ ทำให้เกิดคำถามว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บ้าง เกี่ยวพันไปถึงใคร ความเสียหายที่เกิดขึ้นใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

แม้ในขณะนี้จะมีความคืบหน้าว่า จับกุมแก๊งขโมยรังนกได้แล้วทั้ง 6 คน ซึ่งทั้งหมดปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขอไปให้การในชั้นศาล แต่หน้าที่ของตำรวจยังต้องขยายผลหาตัวผู้บงการต่อไป

โดยในวันนี้ได้มีการส่งทีมพนักงานสอบสวนเข้าไปเพิ่มเติม เพื่อเก็บพยานวัตถุ และนำส่วนของนิติวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงจากหลักฐานที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุ

คดีนี้ไม่เพียงแแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้ความสนใจ ส่งทีมจากส่วนกลางเข้าไปดูแลอาจยังไม่เพียงพอ เพราะยังไม่ตอบโจทย์ปมเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีเอี่ยวในการแสวงหาประโยชน์จากรังนก อีกทั้งยังมีผลประโยชน์ในพื้นที่อื่น ที่ต้องเร่งอุดรูรั่ว

เฉพาะธุรกิจสัมปทานรังนกที่เกาะสี่ เกาะห้า จังหวัดพัทลุง ประมูลกันด้วยมูลค่า 400 ล้านบาท ระยะเวลาสัมปทาน 5 ปี ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังมิอาจประเมินได้ ซับซ้อนไปกว่านั้นคือผลประโยชน์จากเรื่องนี้ มีอิทธิพล อำนาจมืด และการทุจริต เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การคลี่คลายอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด