ประเด็นเด็ด 7 สี

แพทย์แนะวิถีชีวิตใหม่ ถึงเวลาเผชิญหน้าสู้โรคร้าย [เจาะเกาะติด]

ประเด็นเด็ด 7 สี - หลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศ เตรียมเปิดประเทศ 1 พฤศจิกายนนี้ ประชาชนจำนวนไม่น้อยกังวัล หวั่นจะมีการแพร่ระบาดเพิ่ม แต่ในมุมมองแพทย์มองต่าง บอกว่าเวลานี้สาธารณสุขกลับมารับมือไหว ประชาชนต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เรียนรู้ที่จะอยู่กับโรค ติดตามกับคุณรัตนกรณ์ โต๊ะหมัด

เดิมการเปิดประเทศนายกรัฐมนตรี ขีดเส้นตายภายใน 120 วัน หากนับตั้งแต่วันที่แถลง 16 มิถุนายน จะต้องรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 15 ตุลาคมนี้ แต่ได้ขยับเปิดเป็น 1 พศจิกายนแทน โดยใช้ 15 วันที่เหลือ เร่งระดมฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนอีกนับล้าน

ย้อนดูการเตรียมพร้อมเปิดประเทศ รัฐบาลแบ่งเป็นสี่ระยะ คือ ระยะที่ 1 ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์, สมุย พลัสโมเดล เริ่ม 1 กรกฎาคม ตามด้วย 15 กรกฎาคม ที่เกาะสมุย และโครงการส่วนขยายของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 7+7 ปัจจุบัน ภูเก็ตคลายล็อกให้นักท่องเที่ยวดื่มแอลแอฮอล์ในร้านอาหารได้

ระยะที่สอง เดิมกำหนด 1 ตุลาคม นำร่อง 5 จังหวัด ประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเชียงใหม่ แต่ยังขาดความพร้อม ทำให้ต้องเลื่อนออกไป

ระยะที่สามที่วางไว้ รัฐบาลตั้งใจจะเปิดต่ออีก 21 จังหวัด

ระยะที่สี่ มกราคมปีหน้า เปิดพื้นที่จังหวัดที่ติดชายแดนเพื่อนบ้าน 13 จังหวัด จับคู่ท่องเที่ยวระหว่างกัน

การประกาศเปิดประเทศของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ อาจจะมีความแคลงใจในหมู่พี่น้องประชาชนที่ยังไม่มั่นใจ แต่เหล่าทีมแพทย์กลับเห็นด้วย บอกถึงเวลาที่เราจะต้องเผชิญหน้าอยู่ร่วมกับโรค

สอดคล้องกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ บอกว่า ศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทย ขณะนี้ สามารถรับมือได้ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อไป

ภาคเอกชนเชื่อเปิดประเทศจะฉุดเศรษฐกิจให้จีดีพีกลับมาเติบโตได้ 1% แต่หวังว่ารัฐจะสื่อสารกับประชาชนให้เกิดความชัดเจน ที่สำคัญต้องถอดบทเรียนจากภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มาปรับใช้

อีกฝากการเมือง มองก่อนเปิดประเทศต้องเริ่มต้นภายใน และต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อน

การเปิดประเทศ ทำขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากร 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ วันนี้เราต้องยอมรับว่าโรคไม่มีวันหมดไป จำต้องปรับวิถีใหม่ ทำอย่างไรให้อยู่กับเชื้อร้ายได้อย่างปลอดภัย