เช้านี้ที่หมอชิต

เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วมหมู่บ้านครั้งที่ 3 ในรอบปี จ.ลำปาง

เช้านี้ที่หมอชิต - แม้พายุดีเปรสชันไลออนร็อก จะอ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ก็ส่งผลกระทบให้หลายพื้นที่เกิดฝนตกหนัก และมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้าง

เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าหลากท่วมหมู่บ้านครั้งที่ 3 ในรอบปี จ.ลำปาง
ที่จังหวัดลำปาง ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทั้งคืนในพื้นที่ภูเขาสูง บ้านหัวทุ่งพัฒนา หมู่ที่ 9 ตำบลสบปราบ อำเภอสบปราบ ซึ่งเป็นพื้นที่อำเภอทางตอนใต้ของจังหวัดลำปาง ทำให้เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (12 ต.ค.) น้ำป่าไหลหลากลงมาตามลำห้วยสมัย ก่อนจะล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ของหมู่บ้าน จากการตรวจสอบพบว่าน้ำที่ล้นตลิ่งได้ไหลเข้าท่วมถนนสายหลักที่เชื่อมต่อตำบลสบปราบ และตำบลสมัย อำเภอสบปราบ รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ เพราะระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร นอกจากนี้ยังพบว่ามีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมกว่า 100 หลังคาเรือน ทีมอาสากู้ภัยได้นำเรือท้องแบน มาช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน

โดย ชาวบ้าน บอกว่า ในปีนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด เพราะเหตุการณ์ภัยทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นรอบที่ 3 แล้ว โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะที่มีการประกาศเตือนให้ชาวบ้านเตรียมรับมือมวลน้ำที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะบนยอดเขา

น้ำป่าไหลหลากท่วมหลายพื้นที่ ใน 2 อำเภอ จ.ตราด
ภาคตะวันออก ที่จังหวัดตราด ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องกัน 3 วัน ส่งผลให้หลายในอำเภอเขาสมิง เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก หลายหมู่บ้านถูกตัดขาด โดยเฉพาะตำบลวังตะเคียน น้ำได้ไหลบ่าจากคลองบ่อไร่ และคลองโสน เข้าท่วมสวนผลไม้ บ่อเลี้ยงปลา ของชาวบ้านนับร้อยบ่อ

นอกจากนี้ยังไหลเข้าท่วมถนนสายเขาสมิง-บ้านโป่ง ทำให้สัญจรลำบาก ขณะที่ตำบลสะตอ ถูกน้ำท่วมไป 4 หมู่บ้าน โดยระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนชาวบ้านหลายสิบหลังคาเรือนต้องเร่งอพยพไปอาศัยบ้านญาติ

ส่วนที่ตำบลประณีต น้ำจากเขื่อนคีรีธาร ที่ระบายลงคลองประณีต เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายสิบหลังคาเรือน บางบ้านไม่สามารถอพยพออกมาได้ทัน ต้องรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ 

โดยเฉพาะที่วัดประณีต น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมเต็มพื้นที่วัด ระดับน้ำสูง 1 เมตร 50 เซนติเมตร ทำให้พระสงฆ์ไม่สามารถออกไปบิณฑบาต และญาติโยมก็ไม่สามารถเดินทางมาที่วัดได้ ผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านต้องมาช่วยกันกางเต็นท์บนถนน เพื่อใช้ประกอบพิธีทางศาสนาเป็นการชั่วคราว พร้อมกับช่วยกันขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในอุโบสถ และศาลาการเปรียญออกมาไว้ในที่สูงชั่วคราว   

และอีกพื้นที่คือที่ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมือง จากภาพมุมสูงจะเห็นว่าบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นวงกว้าง ชาวบ้าน บอกว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน และช่วงคืนวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา น้ำในคลองห้วยแร้งเริ่มเพิ่มสูงขึ้น และเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือน จนต้องรีบกันขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูงกันทั้งวันทั้งคืน ระดับน้ำท่วมเกือบมิดศีรษะแล้ว บางคนอพยพออกมาไม่ทัน ติดค้างอยู่ในบ้าน ต้องแจ้งให้กู้ภัยมาช่วยเหลือ