เช้านี้ที่หมอชิต

นักข่าวฟิลิปปินส์ และรัสเซีย ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพปี 2021

เช้านี้ที่หมอชิต - คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของนอร์เวย์ มีมติให้มอบรางวัลประจำปี 2021 ให้แก่ มาเรีย เรซซา ผู้สื่อข่าวชาวฟิลิปปินส์ และดมิทรี มูราทอฟ ผู้สื่อข่าวชาวรัสเซีย จาก "การต่อสู้อย่างกล้าหาญ" เพื่อปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศฟิลิปปินส์ และรัสเซีย

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเรียกทั้งคู่ว่า "ตัวแทนของผู้สื่อข่าวทุกคนที่ยืนหยัดเพื่ออุดมการณ์นี้"

การประกาศรางวัลนี้ซึ่งมีเงินรางวัล 10 ล้านโครนาสวีเดน (ราว 38.8 ล้านบาท) มีขึ้นที่สถาบันโนเบลแห่งนอร์เวย์ ในกรุงออสโล โดยที่ทั้งสองได้รับเลือกจากผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล 329 คน

คณะกรรมการผู้ตัดสินรางวัล ระบุว่า นางสาวเรซซา ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ข่าวสารแร็พเลอร์ (Rappler) ใช้เสรีภาพในการแสดงออกเพื่อ "เปิดโปงการใช้อำนาจโดยมิชอบ การใช้ความรุนแรง และความเป็นเผด็จการที่เพิ่มมากขึ้นในฟิลิปปินส์ ประเทศบ้านเกิด"

นางสาวเรซซา กล่าวในการถ่ายทอดสดของเว็บไซต์แร็พเลอร์ว่า เธอรู้สึกช็อกกับการได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลครั้งนี้

เมื่อปี 2019 น.ส.เรซซา เคยได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 สตรี ผู้เป็นแรงบันดาลใจและทรงอิทธิพลจากทั่วโลกในโครงการ 100 Women ของบีบีซี เธอเคยได้รับข้อความขู่ฆ่าและข่มขืนผ่านทางสื่อออนไลน์ จากการเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องความรุนแรงจากการดำเนินนโยบายทำสงครามกับยาเสพติดของประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ อย่างตรงไปตรงมา โดยในปี 2019 เธอถูกจับกุม 2 ครั้งในข้อหา "หมิ่นประมาททางไซเบอร์"

นอกจากนี้ คณะกรรมการผู้ตัดสินรางวัลยังชี้ว่า นายมูราทอฟ ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งหนังสือพิมพ์อิสระโนวายา กาเซตา (Novaja Gazeta) และทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหารมา 24 ปี ได้ทำหน้าที่มาหลายทศวรรษเพื่อปกป้องเสรีภาพในการแสดงความเห็นในรัสเซียภายใต้สภาพแวดล้อมที่ท้าทายมากขึ้น

นายมูราทอฟ ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อการได้รับรางวัลครั้งนี้ แต่ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียได้ร่วมแสดงความยินดีกับเขา

นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า "เขาทำงานอย่างมุมานะตามอุดมการณ์ของเขา และทุ่มเทให้กับมัน เขาเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ และกล้าหาญ"

รางวัลโนเบลมีขึ้นเพื่อยกย่องบุคคลหรือองค์กรที่ "ทำงานส่วนใหญ่หรืองานดีที่สุดเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ"

คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพระบุในแถลงการณ์ว่า "การทำข่าวทำข่าวอย่างเสรี เป็นอิสระ และตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง จะช่วยป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ คำโกหก และการโฆษณาชวนเชื่อ"

"เมื่อปราศจากเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพของสื่อมวลชน ก็จะเป็นการยากที่จะประสบความสำเร็จในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาติ การลดอาวุธ และความสงบเรียบร้อยที่จะส่งต่อในยุคสมัยของเรา"

ส่วนผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว คือ โครงการอาหารโลก (WFP) ของสหประชาชาติ จากผลงานโดดเด่นด้านความเพียรพยายามขจัดความหิวโหยทั่วโลก