ห้องข่าวภาคเที่ยง

เร่งแก้ปัญหาโควิด-19 ก่อนเปิดเมืองเชียงใหม่

รายงานสดจากตลาดเมืองใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ : สภาพของตลาดเมืองใหม่ ตอนนี้ไม่ต่างจากตลาดร้าง ผู้ประกอบการมากกว่า 1,000 ราย หยุดขายของตามคำสั่งของจังหวัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งหาทางออกเพื่อช่วยเหลือ พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการ ลูกจ้าง และผู้ที่เดือดร้อน อดทนอีก 14 วัน โดยคาดว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลาย

โดยเช้าวันนี้ นายประจญ ปรัชญสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตลาดเมืองใหม่ เพื่อกำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจ ให้เข้มงวดกวดขัน ป้องกันพ่อค้าแม่ค้าบางส่วนลักลอบเข้ามาเคลื่อนย้ายสินค้าออกไปจำหน่ายตามพื้นที่อื่นๆ ซึ่งจะเสี่ยงเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่ม หลังสัปดาห์ที่ผ่านมา พบพ่อค้าแม่ค้า พนักงานขนของในตลาดรวมถึงตลาด สท.เก๋า ที่อยู่ใกล้กัน ติดเชื้อสะสมแล้วมากกว่า 400 ชีวิต กลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ ที่กำลังขยายวงกว้าง เพราะผู้ค้าและลูกจ้างบางราย ไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ นำสินค้าไปขายตามพื้นที่อื่นๆ บางรายกลับบ้านต่างอำเภอ ทำให้เกิดการระบาดเพิ่ม ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจึงกำชับให้เร่งตรวจสอบไล่ไทม์ไลน์ ติดตามบุคคลเหล่านี้ เข้ารับการตรวจหาเชื้อ พร้อมกักตัวติดตามอาการ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ขณะเดียวกันก็ขอความร่วมมือให้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้อดทน ส่วนการช่วยเหลือทางจังหวัดเตรียมเยียวยาตามขั้นตอนแล้ว

ด้านผู้ประกอบการในตลาดเมืองใหม่ ยอมรับว่าเดือดร้อนหนัก อาหารสดที่นำมาจำหน่าย อย่างไข่เป็ดและไข่ไก่มากกว่า 5,000 ฟอง ถูกนำมากองไว้ และยังไม่รู้ว่าจะระบายออกอย่างไร พร้อมวอนขอให้ทบทวนการปิดตลาด 14 วัน ซึ่งจะพอช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้

สำหรับตลาดเมืองใหม่ จะกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้งในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ ขณะที่คลัสเตอร์การแพร่ระบาด เริ่มขยายวงกว้างออกไปตามแหล่งชุมชนอีกครั้ง พบผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มไม่ต่ำกว่า 200 รายต่อวัน สสจ.จึงมีคำสั่งปิดสถานที่เสี่ยงและขอให้บุคคลกลุ่มเสี่ยงกักตัว ส่วนการจะเปิดชาร์มมิ่งเชียงใหม่ ต้อนรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดยืนยันจะเดินหน้าตามนโยบายของทางรัฐบาล หากประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือ ภายใน 2 สัปดาห์นี้การระบาดในพื้นที่จะลดลง ขณะเดียวกันก็ขอให้ประชาชนที่มีคิวเข้ารับการฉีดวัคซีน เดินทางไปรับวัคซีนตามที่นัดหมาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ต่อไป