ห้องข่าวภาคเที่ยง

แม่น้ำชี-แม่น้ำมูล ยังสูง

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำมูล จุดที่ไหลผ่านจังหวัดอุบลราชธานี ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง เช้าวันนี้วัดได้ 6.91 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 9 เซนติเมตร ทั้งนี้เป็นผลมาจากการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำกว่า 100 เครื่อง ทั้งในพื้นที่อำเภอพิบูลมังสาหาร และอำเภอวารินชำราบ เพื่อเร่งผลักดันน้ำลงสู่แม่น้ำโขง

นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี บอกว่าตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาแม่น้ำมูล ลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 5 - 10 เซนติเมตร ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีและเชื่อว่าจะรับมวลน้ำจากฝนตกหนักรวมทั้งน้ำที่จะไหลมาจากจังหวัดข้างเคียงซึ่งจะมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณวันที่ 23 - 24 ตุลาคมนี้ ได้โดยไม่มีปัญหา เพราะเชื่อว่าหากระดับน้ำจะสูงขึ้นหลังจากนี้ก็ไม่น่าจะเกิน 10 - 20 เซนติเมตรเท่านั้น

ระดับน้ำในแม่น้ำชี จุดที่ไหลผ่านจังหวัดร้อยเอ็ด ก็ยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและไหลเชี่ยวพัดพนังกั้นน้ำที่บ้านกุดโดน ตำบลแสนชาติ อำเภอจังหาร พังเสียหายและมวลน้ำจำนวนมากทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ ชาวบ้านต้องขนย้ายสิ่งของขึ้นไปเก็บไว้บนที่สูง นาข้าวกว่า 3,000 ไร่ จมอยู่ใต้น้ำ

ที่บ้านหนองแค ตำบลม่วงลาด อำเภอจังหาร ซึ่งมวลน้ำจากแม่น้ำชี ไหลเข้าท่วมเมื่อวานนี้ระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกันและขยายวงกว้างรอบหมู่บ้านจนกลายเป็นเกาะกลางน้ำ ถนนทางเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด เพราะระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ชาวบ้านบางส่วนต้องอพยพมาพักอยู่บนถนนที่น้ำยังท่วมไม่ถึง ขณะที่จังหวัดร้อยเอ็ด เตือนประชาชนริมแม่น้ำชี ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์

ที่จังหวัดเลย ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องกันมาทำให้มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมในหมู่บ้านคุ้มซำหลวง หมู่ 11 ตำบลนาอาน อำเภอเมืองเลย ระดับน้ำสูง 20 - 30 เซนติเมตร ชาวบ้านกว่า 20 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน ชาวบ้านต้องนำกระสอบทรายกั้นและประสานไปยังเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 4 เครื่อง เร่งสูบน้ำออกจากหมู่บ้าน เพื่อระบายออกไปยังคลองชลประทาน เนื่องจากจุดนี้ถูกน้ำท่วมรอการระบายไม่ได้มา 3 รอบแล้ว

ขณะที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เตือนพื้นที่ 4 ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย ลุ่มน้ำลำตะคอง ลุ่มน้ำมูล ลุ่มน้ำลำพระเพลิง ลุ่มน้ำลำเชียงไกร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำจนถึงวันที่ 16 ตุลาคมนี้ เนื่องจากเขื่อนใหญ่รวมทั้งอ่างเก็บน้ำบางแห่งมีปริมาณน้ำเต็มความจุ 100 เปอร์เซ็นต์ บางแห่งเกินความจุแล้วทำให้ต้องเพิ่มการระบายน้ำ เพื่อรับมวลน้ำจากฝนที่จะตกซ้ำลงมา จึงอาจกระทบกับพื้นที่ท้ายน้ำ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่สองฝั่งริมน้ำอาจได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง