7hdร้อนออนไลน์

จับตาการประชุม ศบค.ชุดใหญ่

วันนี้ (14 ต.ค. 64)  คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.ชุดใหญ่  จะประชุมพิจารณา คลายล็อก และปรับลดจังหวัดพื้นควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือ พื้นที่สีแดงเข้ม เหลือจำนวน 24 จังหวัด จากปัจจุบันมี  29 จังหวัด และพื้นที่ควบคุมหรือสีส้ม จำนวน 24 จังหวัด

สำหรับกิจการกิจกรรมในพื้นที่ต่าง ๆ จะผ่อนคลายมากขึ้น   โดยพื้นที่สีแดงเข้ม ให้จัดการประชุม รวมถึงงานประเพณีในศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ และสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมได้   โดยปรับจำนวนการรวมกลุ่มของคนตามระดับสี   โดยให้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 50 คน พื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 100 คน พื้นที่ควบคุม ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 200 คน พื้นที่เฝ้าระวังระวังสูง ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 300 คน และพื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 500 คน และให้เปิดสถานดูแลผู้สูงอายุแบบไป-กลับได้ แต่ต้องได้รับการพิจารณาอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ซึ่งกิจการกิจกรรมที่จะปรับมาตรการในครั้งนี้ให้เปิดดำเนินการได้ไม่เกินเวลา 22.00 น.

นอกจากนี้ จะเสนอขยับเวลาการเดินทางออกนอกเคหะสถานหรือ เคอร์ฟิว โดยให้ขยับเวลาจากเดิม 22.00 - 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เป็น 23.00 - 03.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ไปอีก 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 - 31 ต.ค. 2564

สำหรับแนวทางการเปิดประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ 10 ประเทศแบบไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. นี้เป็นต้นไป เช่น สหรัฐฯ เยอรมนี อังกฤษ สิงคโปร์ จีน  นั้น  จะพิจารณามาตรการป้องกันและแผนรองรับสถานการณ์โควิดเพิ่มเติม  โดยเฉพาะการเปิดสถานบันเทิงในวันที่ 1 ธ.ค.นี้

นอกจากนี้  ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ จะพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ในพื้นที่ภาคใต้  จับตาดูว่าจะมีการประกาศล็อกดาวน์ 4 จังหวัดภาคใต้หรือไม่ รวมทั้งมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดในลักษณะ คลัสเตอร์ที่พบมากขึ้น  

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอให้ ศบค.พิจารณาสูตรฉีดวัคซีนแบบไขว้ คือฉีดแอสตราเซนเนกาตามด้วยไฟเซอร์