เช้าข่าว 7 สี

สถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศยังน่าห่วง

พื้นที่ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ที่มีฝนตกหนักมาต่อเนื่อง ทำให้น้ำป่าจากที่สูงหลากเข้าท่วมหมู่บ้าน วัด และถนนหลายสาย ทำชาวบ้านไม่ได้หลับได้นอน ทั้งที่จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว  จันทบุรี และตราด บางหมู่บ้านถูกมวลน้ำล้อมปิดทางเข้า-ออก

เมื่อวานนี้ หลายพื้นที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว ระดับน้ำเริ่มลดจนเห็นผิวการจราจร แต่ไม่สามารถใช้สัญจรได้ เนื่องจากถนนหลายสายถูกน้ำกัดเซาะ เช่น สายบ้านสระดู่-สะพานหิน จังหวัดปราจีนบุรี ที่เกิดการทรุดตัว จนต้องสั่งปิดเส้นทาง

ส่วนพื้นที่ลุ่ม ที่อยู่ตามแนวลำคลองและแม่น้ำ ปริมาณน้ำแทบจะไม่ลดเลย ภาพถ่ายมุมสูง ทำให้เห็นสภาพของชุมชนโภคไพร ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด จมน้ำตั้งแต่ 1 เมตร ถึง 1 เมตร 20 เซนติเมตร บางจุดไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ชาวบ้านต้องทิ้งที่อยู่ และขนย้ายทรัพย์สินขึ้นริมถนน

ล่าสุด ช่วงค่ำที่ผ่านมา เพจของเทศบาลเมืองจันทบุรี ประกาศแจ้งให้ชาวบ้านริม 2 ฝั่งแม่น้ำจันทบุรี ขนของขึ้นที่สูงและอพยพออกมาจากบ้าน ไปพักที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติที่ทางเทศบาลฯ จัดไว้ให้ เนื่องจากเขื่อนท่าระม้า มีปริมาณน้ำเกินกว่าขีดความสามารถที่ระรองรับได้ และจะส่งผลให้น้ำล้นตลิ่ง

ขณะที่ทีมกู้ภัยทางน้ำ สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี และเครือข่าย ได้เตรียมความพร้อมในการให้การช่วยเหลือประชาชน ด้วยการตั้งกองอำนวยการ เพื่อสังเกตสถานการณ์และรับแจ้งเหตุ บริเวณท่าน้ำวัดจันทนาราม

ขณะที่สถานการณ์แม่น้ำชี ที่ไหลผ่านทางภาคอีสานก็ยังน่าห่วง พบพนังกั้นลำน้ำสาขา ที่จังหวัดมหาสารคาม พังเพิ่มรวมเป็น 2 จุดแล้ว ทำให้นาข้าว กว่า 30,000 ไร่ ถูกมวลน้ำจำนวนมากเข้าท่วม ต้องสั่งอพยพชาวบ้านบางพื้นที่ขึ้นที่สูง จนกว่าจะเข้าไปอุดรอยรั่วทั้ง 2 จุดได้ แต่มีบางครัวเรือนเป็นห่วงบ้านไม่ยอมย้ายออกมา แม้เส้นทางเข้า-ออก จะถูกตัดขาดมานานกว่าสัปดาห์แล้ว

ขณะที่แม่น้ำมูล ที่จังหวัดอุบลราชธานี ปลายน้ำที่จะระบายลงสู่แม่น้ำโขง สถานการณ์ตอนนี้ถือว่าไม่ดี เพราะยังล้นตลิ่งอยู่ 3 เมตร โดยระดับน้ำขึ้นแบบชะลอตัวจากเดิมชั่วโมงละ 2 เซนติเมตร เป็นชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร เนื่องจากแม่น้ำชีไหลลงมาสมทบ ต้องเร่งเสริมพนังป้องกันน้ำฝั่งเทศบาลนครอุบลราชธานี ป้องกันชุมชนและพื้นที่เศรษฐกิจ เช่นเดียวกับพื้นที่ชั้นในของอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ที่เริ่มมีน้ำล้นจากอ่างเก็บน้ำห้วยอีเลิศ หลากเข้าท่วมแล้ว เทศบาลฯ ต้องเสริมกระสอบกั้นไม่ให้น้ำทะลักเข้าไปตัวชุมชน

ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา แม้จะไม่มีฝนตกลงมาเติมซ้ำ แต่การระบายน้ำแทบจะไม่ลง เพราะมีน้ำทะเลหนุน ทำชาวบ้านที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นับร้อยหลังคาเรือนเดือดร้อนหนัก เนื่องจากพื้นที่อยู่อาศัยเป็นทุ่งรับน้ำ

เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท วันนี้ ยังคงรักษาอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ 2,326 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากน้ำเหนือที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ เริ่มลดลงต่อเนื่อง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม คาดว่าอีก 2-3 วันจะเริ่มปรับลดการระบายลงแบบขั้นบันได

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เตือน 17 จังหวัด เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่ง และดินถล่ม ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2564 โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก เช่น ที่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ต้องแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมในการอพยพได้ทันท่วงที