7HD ร้อนออนไลน์

กรมบัญชีกลางจะโอนเงินค่าน้ำ-ค่าไฟ ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามมาตรการช่วยลดภาระค่าน้ำ ค่าไฟ

จากกรณีที่ คณะรัฐมนตรี  อนุมัติมาตรการช่วยลดภาระค่าน้ำ ค่าไฟให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  เพิ่มเติมจากเดิม   โดยจากเดิมจะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 100 บาท ขยายเป็นเดือนละ 315 บาท รวมทั้งสิ้น 12 เดือน โดยเริ่มเดือนแรก คือ ตุลาคม 2564  ซึ่งในวันที่ 18 ตุลาคมนี้  กรมบัญชีกลางจะโอนเงินช่วยเหลือค่าน้ำ ค่าไฟให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ลงทะเบียนรับสิทธิเรียบร้อยแล้วเป็นเดือนแรก

โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ลงทะเบียนรับสิทธิรับเงินช่วยเหลือค่าไฟแล้ว  จะได้รับการช่วยเหลือ โดยถ้าผู้มีบัตรฯ ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนจะได้รับสิทธิใช้ไฟฟ้าฟรีอยู่แล้ว แต่หากใช้เกิน 50 หน่วยต่อเดือน  จะได้รับสนับสนุนค่าไฟฟ้าวงเงิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน แต่หากใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด โดยไม่ได้รับสิทธิจากมาตรการนี้

เช่นเดียวกับการช่วยเหลือค่าน้ำประปา  จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าน้ำประปาวงเงิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท  โดยต้องจ่ายส่วนที่เหลือเอง  แต่หากใช้น้ำเกิน 315 บาทจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ โดยผู้มีบัตรฯ จะเป็นผู้รับภาระในการชำระค่าน้ำประปาทั้งหมด จากเดิมสนับสนุนวงเงิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน หากมีการใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท ผู้มีบัตรฯ จะเป็นผู้รับภาระในการชำระค่าน้ำประปาทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้มีบัตรฯ ต้องนำใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าและใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปาไปชำระเงินที่สำนักงานการไฟฟ้านครหลวง สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ สำนักงานการประปานครหลวง และสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค โดยทุกสิ้นเดือนการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค จะส่งบันทึกรายชื่อผู้มีบัตรฯ ที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาภายใต้วงเงินที่กำหนดให้กรมบัญชีกลาง เพื่อที่กรมบัญชีกลางจะนำเงินจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมมาจ่ายคืนผ่านบัตรฯ ในช่อง e-Money ของเดือนถัดไป ซึ่งผู้มีบัตรฯ สามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการผ่านเครื่อง EDC แอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ และถอนเงินสดจากเครื่องถอนเงินอัตโนมัติได้