7HDร้อนออนไลน์

หวังให้วัดเป็นที่พึ่ง กระบะปริศนานำสุนัขพันธุ์พิตบูลใส่กรงทิ้งวัด พร้อมผ้าห่ม อาหารเม็ดและแชมพูอาบน้ำ

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Rungtip Chitraksa โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า “#เอาหมาใส่กรงมาปล่อยวัด พร้อมล่ามโซ่ คล้องแม่กุญแจที่คอ 3 ดอก ดูสภาพกรงแล้วเหมือนเพิ่งต่อและเชื่อมเสร็จมาใหม่ๆ ที่สำคัญคือน้องยิ้มสวย ยิ้มแยกเขี้ยวให้ทุกคนที่เข้าใกล้ เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อบ่ายๆวันนี้พระอาจารย์อุ๋ยกลับเข้าวัดจากกิจนิมนต์ ได้ยินเสียงหมาเห่า เลยเดินเข้าไปดูใต้ฏิ เจอน้องหมาอยู่ในกรง คือพระงง เลยเด้อ หมาใคร มาไง มาพร้อมบ้านกรงเหล็ก ดูจากรอยเชื่อมเหล็กแล้วน่าจะเพิ่งต่อกรงใหม่ๆเลย เพราะยังไม่มีฝุ่นเกาะ และยังไม่มีขี้หมา หรือรอยใช่งานใดๆเลย เหมือนต่อมาเพื่อใส่น้องมาปล่อยวัดโดยเฉพาะ และยังมี โซ่ล่ามคอใหญ่ๆ 1 เส้น พร้อมแม่กุญแจที่ล่ามโซ่คล้องคอน้องไว้อีก 3 อัน มีอาหารเม็ดมาด้วย 1 กระสอบ พร้อมเครื่องครัวหม้อจานใส่ข้าว ใส่น้ำ และผ้าห่มน้องด้วยค่ะ”

ล่าสุดวันนี้ (18 ต.ค. 64) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง วัดป่าสัก ม. 5 ต. ศาลารีไทย อ. เสาไห้ จ.สระบุรี เมื่อไปถึง พบ พระครูปลัดปิกฏวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดป่าสัก ภายในใต้ศาลา กำลังยืนมองสุนัขพันธุ์พิตบูล สีดำ อายุประมาณ 6-7 ปี อยู่ในคอกซึ่งเป็นที่ขังสุนัขขนาด 1.50 เมตร คูณ 1.50 เมตร มีโซ่เหล็กคล้องคอพร้อมกุญแจอีก 3 ดอก ล๊อกคอไว้ ข้างๆ มีอาหารสุนัขชนิดเม็ดจำนวน 1 กระสอบ ผ้าห่มจำนวน 2 ผืน และแชมพูอาบน้ำสุนัขอีก 1 ขวด ซึ่งสุนัขดังกล่าว มีอาการหวาดกลัวเมื่อมีคนเข้าใกล้ เห่าเสียงดัง แสดงความดุร้ายให้เห็น

จาการสอบถามพระครูปลัดปิกฏวัฒน์ บอกว่า เหตุเกิดเมื่อวานนี้ (17 ต.ค. 64) ในช่วงเช้าหลังจากฉันเช้าเสร็จ อาตมาได้เดินทางไปให้กำลังใจกับพระเณรที่ไปสอบนักธรรมที่ในตัวเมืองสระบุรี หลังจากนั้นเข้ามาที่วัดก็พบกรงสุนัขดังกล่าว ภายในมีสุนัขพันธุ์พิตบูล เห่าเสียงดัง อาตมาจึงได้ทำการเรียกพระลูกวัดมาสอบถาม ปรากฏว่าก็ไม่มีใครรู้ จึงได้เดินไปสอบถามโยมซึ่งกำลังจับกุ่มคุยกันข้างวัด ปรากฏว่า นายธนศักดิ์ เหลือมตา อายุ 50 ปี บ้านอยู่ริมรั้ววัด บอกว่า เห็นคนที่ขับรถกระบะสีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบทะเบียน มาจอดบริเวณที่หน้าศาลาแล้วก็มีชายหญิงลงมายกกรงเหล็กที่วางไว้ท้ายกระบะลงไปไว้ใต้ศาลา ซึ่งไม่ได้คิดอะไร นึกว่ามีญาติโยมนำสุนัขที่ตายมาเผา เพราะว่าวัดนี้เผาศพสุนัขฟรี จากนั้นก็ขับรถออกไป

พระครูปลัดปิกฏวัฒน์ บอกอีกว่า ญาติโยมที่นำสุนัขตัวดังกล่าวมาทิ้งไว้ที่วัดนี้ คงนึกว่าเป็นที่พี่งสุดท้ายของเขา แต่ในความเป็นจริงแล้วทางวัดก็ไม่ได้ถือโทษโกรธญาติโยมที่นำมาทิ้งหรือปล่อยไว้ที่วัด คงคิดว่าทางวัดมีกำลังที่จะช่วยให้สุนัขตัวดังกล่าวได้ แต่ทางวัดไม่มีศักยภาพในการเลี้ยงดูหรอก อยากจะให้ใครที่มีศักยภาพในการเลี้ยงดูมารับไปเลี้ยงต่อด้วย ทางวัดถือว่าเป็นสถานที่เปิด ถ้าเลี้ยงแล้วเกิดไปกัดญาติโยมที่มาทำบุญก็จะเป็นบาป ส่วนที่เอาอาหารเม็ด ผ้าห่ม และแชมพูอาบน้ำของสุนัข ก็คิดว่าคงไม่มีทางอื่นที่จะไปปล่อยแล้ว