7HDร้อนออนไลน์

วัคซีนเข็ม 3 แนะนำฉีดกระตุ้นเต็มโดส ส่วน "ซิโนแวค" ส่งครบหมดในสัปดาห์นี้

วันนี้ (18 ต.ค.2564) ที่กระทรวงสาธารณสุข  นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยถึงเป้าหมายการฉีดวัคซีนในประเทศ ว่าสิ้นเดือน ธ.ค.64 ประชากรที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งคนไทยและคนต่างชาติได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก 85% หรือประมาณ 72 ล้านคน เข็มที่สอง 75% ซึ่งขณะนี้มีการทยอยจัดส่งวัคซีนลงไปในพื้นที่ต่อเนื่อง โดยกระจายตามเป้าหมายของจังหวัด

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนสูตรไขว้ของไทย ได้รับการยอมรับทางวิทยาศาสตร์ ว่าเป็นสูตรที่ดี มีการปูพื้นและฉีดกระตุ้น โดยสัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์ที่ส่งซิโนแวคครบทั้งหมด โดยจะฉีดให้จบในเดือนนี้ หลังจากนี้ไปจะเป็นสูตรแอสตราฯ และไฟเซอร์ ซึ่งกำหนดฉีดจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง ส่วนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นนั้น สามารถดำเนินการได้ทันที ในภาพรวม หากฉีดวัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม จะบูสเตอร์โดส ด้วยแอสตราฯ ส่วนสูตรไขว้ เข็มที่ 1 เป็นชนิดเชื้อตาย เข็มที่ 2 เป็นแอสตราฯ เข็มที่ 3 จะฉีดด้วยไฟเซอร์

ส่วนการฉีดไฟเซอร์เข็มที่ 2 ในเด็กนักเรียนชาย ซึ่งยังมีข้อกังวลเรื่องกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบนั้น ก็ต้องเฝ้าระวัง และจะมีการหารือกันในวันที่ 20 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม จากการฉีดเข็มที่ 1 พบเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบบ้าง แต่หายได้เอง

ความเคลื่อนไหวล่าสุด จากทาง นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึง กระแสการฉีดวัคซีนแบบครึ่งโดส โดยได้ระบุว่า สำหรับประชาชนที่ฉีดวัคซีนเชื้อตายยังคงแนะนำให้ฉีดกระตุ้นเข็ม 3 ที่เป็นเทคโนโลยีอื่น เช่น ชนิดไวรัลเวคเตอร์ และชนิด mRNA ส่วนข้อมูลที่ว่าฉีดกระตุ้นเข็ม 3 ด้วยวัคซีนเชื้อตายนั้น กระทรวงสาธารณสุข ไม่แนะนำให้ฉีดเข็มที่ 3 ที่เป็นเชื้อตายซ้ำกัน เนื่องจากกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ต่ำกว่ากระตุ้นด้วยชนิดอื่น

สำหรับประชาชนที่ฉีดวัคซีนทางเลือกชนิดเชื้อตาย และต้องการกระตุ้นเข็ม 3 อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า จะต้องดูระยะเวลาในการฉีดว่าครบกำหนดในการรับวัคซีนเข็มกระตุ้นที่ 3 หรือไม่ เช่น ผ่านมาแล้ว 3-6 เดือน โดยขณะนี้แนะนำให้ฉีดกระตุ้นด้วยวัคซีนชนืด mRNA เต็มโดส แม้จะมีงานวิจัยระบุว่า วัคซีนครึ่งโดส น่าจะเพียงพอในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าภูมิคุ้มกันนั้นจะอยู่ได้นานเท่าไร