เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : สองมุมมองอัยการชำแหละคดีแก๊งวัดม่วง

ก่อนอื่นเราไปติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ พันตำรวจเอกวิสิษฐ์ วัฒนพงษ์พิทักษ์ ผู้กำกับ สน.เพชรเกษม บอกว่าคดีนี้อาจจะต้องใช้เวลาในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากได้แบ่งออกเป็น 2 สำนวน เพื่อให้บทบาท สถานะของคดีมีความชัดเจน เพราะคดีนี้ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างได้รับผลกระทบ เป็นทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหาย

ทั้งนี้ภาพรวมในการทำคดีแม้จะเป็นที่จับตาของสังคมที่แบ่งเป็นสองฝั่งก็ไม่หนักใจ เพราะขณะเกิดเหตุมีพยานหลักฐานค่อนข้างจัดเจน แต่สิ่งที่กังวล คือ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องพยายามยุยงปลุกปั่นให้เกิดกระแส อาจทำให้เกิดปัญหาบานปลาย ซึ่งตำรวจกำลังขยายผลประเด็นนี้เช่นกัน หากพบเข้าข่ายกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เราไปเริ่มจากการชำแหละสองมุมคิดของอัยการเกี่ยวกับคดีบาส มีดคู่ คนแรก นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ผู้ตรวจการอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ยก 2 ฎีกาในอดีตที่ศาลพิพากษาในกรณีคล้ายกัน บอกว่าเมื่อดูจากพฤติการณ์ของแก๊งวัดม่วงแล้ว มีการยกพวกไปถึงหน้าบ้านและมีการขว้างปาสิ่งของ จึงเป็นเหตุสมควรที่บาส จะออกมาป้องกันตัว แต่ขึ้นอยู่ว่าหลักฐานจะเป็นเหตุเกินควรหรือเหตุอันสมควร

ขณะ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง บอกว่าการออกมาต่อสู้กลางถนนและไม่โทรแจ้งตำรวจของบาสนั้น เปรียบเสมือนการสมัครใจที่จะมีปัญหา หากวันนั้นบาส ไม่ออกมาทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้น

อีกประเด็นที่หลายคนมองว่าวันเกิดเหตุหากบาส ไม่ออกมาและโทรแจ้งตำรวจ เหตุการณ์จะไม่บานปลายมาถึงวันนี้ การออกไปเท่ากับเป็นการสมัครใจมีเรื่องใช่หรือไม่

ส่วนหลักจากนี้คดีจะเป็นอย่างไร ใครถูกใครผิดนั้น อัยการทั้ง 2 ท่าน เห็นพ้องกัน คือ ขึ้นอยู่กับที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้อง และศาลเป็นผู้ตัดสิน แต่ผลของเรื่องนี้ที่เห็นได้ชัดโดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คือ การใช้อารมณ์อยู่เหนือสติของทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้คนที่รัก คนในครอบครัว พ่อแม่ ทุกข์ใจ โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิต