ข่าวภาคค่ำ

ตร.ไซเบอร์ แจงผลสอบดูดเงินบัญชีอัตโนมัติ มีผู้เสียหายกว่า 4 หมื่นคน

ข่าวภาคค่ำ - เรื่องที่มีประชาชนหลายรายถูกหักเงินอัตโนมัติออกจากบัญชีหลายครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ตำรวจ บช.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ ไปตรวจสอบแล้วพบมีผู้เสียหายมากถึง 40,000 คน ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

พลตำรวจโท กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบเรื่องที่มีประชาชนจำนวนมาก พบว่าเงินในบัญชีธนาคารถูกหักอัตโนมัติหลายครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ว่า ขณะนี้พบผู้เสียหายแล้วประมาณ 40,000 คน มูลค่าความเสียหายรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท คาดว่าคนร้ายไม่ได้ทำเพียงคนเดียว อาจมาจากหลายกลุ่ม และใช้วิธีก่อเหตุหลายรูปแบบ

ทั้งนี้ คาดว่าอาจเกิดขึ้นจาก 3 ลักษณะ คือ หลุดจากข้อมูลการผูกบัญชีธนาคารเข้ากับแอปพลิเคชันต่าง ๆ หรือเกิดจากการส่ง SMS ไปหลอกให้ผู้เสียหาย กดลิงก์เข้าไปกรอกข้อมูลในเพจที่มิจฉาชีพปลอมขึ้นมา และเกิดจากถูกพนักงานรับชำระเงิน แอบเก็บข้อมูลหน้าบัตรและหลังบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ไปขายต่อในตลาดมืด จากนั้นมิจฉาชีพจะนำไปใช้ชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น การเติมเงินเล่นเกม หรือซื้อโฆษณาออนไลน์ ที่มียอดเงินไม่สูงมาก

ทั้งนี้ ตำรวจจะเร่งตรวจสอบไปยังต้นทางของบริษัทฯที่หักเงิน เพื่อหาแนวทางป้องกัน ระหว่างนี้ก็ขอเตือนให้ประชาชนอย่าผูกบัตรเครดิต บัตรเดบิต กับแอปพลิเคชันที่ไม่น่าเชื้อถือ ไม่คลิกลิงก์ใน SMS หรืออีเมล์ที่ไม่รู้จัก และควรปกปิดเลข 3 ตัวหลังบัตรเครดิต เพื่อความปลอดภัย

ด้าน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DES กำลังอยู่ระหว่างร่างกฎหมาย เพื่อควบคุมแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการทำธุรกรรมออนไลน์ มีการซื้อขายโอนเงิน โดยต้องจดแจ้งการประกอบธุรกิจและต้องมีการพิสูจน์ยืนยันตัวตนทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย การโอน หรือการชำระเงิน ต้องมีระบบยืนยันตัวตน 2 ครั้ง เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปตัดบัญชีอัตโนมัติ โดยที่เจ้าของบัญชีไม่รู้

ข่าวอื่นในหมวด