เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : แฉธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้าเล็งกลุ่มลูกค้าหญิง-วัยรุ่น

เป็นการทดลองเปรียบเทียบระหว่างไอน้ำ กับควันของบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการกล่าวอ้างกันขณะจำหน่ายว่าไม่มีสารเคมีอะไร เป็นเหมือนไอน้ำ แต่ที่จริงแล้วมีสารเคมีที่ก่อให้เกิด PM2.5 ระดับสูง เพิ่มขึ้นหลักร้อยไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรอย่างรวดเร็ว

รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เปิดเผยว่า สารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า มีสารเคมีหลายชนิด และส่วนหนึ่งไม่มีในบุหรี่มวน แม้ระยะยาวจะไม่มีใครรู้ว่าผลเป็นอย่างไร แต่ผลงานวิจัยจากโรคเดิมๆ เช่น มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง พบแล้วว่าใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นเหตุให้เกิดโรคนี้ได้

แพทย์ ห่วงว่าสารเคมีหลายชนิดที่ผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า อาจทำให้เกิดโรคใหม่ๆ ขึ้นมาได้ และจะเป็นภาระทางระบบสาธารณสุขเพิ่มขึ้น หากวิเคราะห์ความต้องการของกลุ่มธุรกิจยาสูบ ต้องการดึงดูด 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้หญิง และวัยรุ่น โดยสังเกตจากแพ็กเกจสวยงาม เช่น เหมือนลิปสติก แพ็กเกจเหมือนขนมเด็ก หรือ เน้นความแปลกใหม่ เทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น

นอกจากนี้ บุหรี่ไฟฟ้า ยังมีการปรับโครงสร้างของสารนิโคติน โดยนิโคตินที่เราคุ้นเคยในมวนบุหรี่ทั่วไป คือ Freebase Nicotine (ฟรีเบสนิโคติน) ที่เมื่อสูบเข้าไปแรกๆ จะเกิดอาการไอ ระคายคอ แต่บุหรี่ไฟฟ้า มีการดัดแปลงโมเลกุลของนิโคติน ให้เป็น นิโคตินซอล หรือที่นิยมเรียกกันว่า นิคซอล เพื่อลดอาการระคายเคือง แต่ปัญหา คือ มีฤทธิ์ในการเสพติดสูงมาก และดูดซึมเร็วจนอาจเป็นอันตรายได้ ซึ่งยังไม่นับรวมอันตรายจากบุหรี่มือสอง

ดังนั้น หากประเทศไทยเราเปิดเสรี ผลักดันบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย จะเห็นกลุ่มผู้หญิง และเด็ก ป่วยมากขึ้น เร็วขึ้น และตายมากขึ้นเช่นกัน จึงอยากให้พิจารณาผลกระทบให้รอบด้าน ใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อไม่ให้เกิดภาวะป่วยแล้วมาซ่อมแซมรักษากันทีหลัง

ข้อมูล สำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบว่า ประชากรไทยที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า มีจำนวน 78,742 คน คิดเป็นอัตรา 0.14 % ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ที่มีจำนวนทั้งหมด 57 ล้านคน และส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ขณะที่คนไทยที่รู้จักบุหรี่ไฟฟ้า เชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายมากกว่าบุหรี่ธรรมดา 26.7% เชื่อว่าอันตรายน้อยกว่า 11.3% และเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดามีอันตรายเท่ากัน 62.0%

สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า ยังเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่ และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557