เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : น้ำมันแพง น้ำมันเถื่อนระบาดหนัก จับ 1.6 ล้านลิตร

การจับกุมน้ำมันเถื่อน 2 ล็อตใหญ่ ย้อนไปเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ตำรวจส่งหมายด่วนเรียกสื่อมวลชน เตรียมแถลงข่าวใหญ่จับขบวนการลักลอบนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาจำหน่ายภายในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ยึดของกลางเป็นน้ำมัน 1,200,000 ลิตร บรรจุอยู่ในเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ MIT A1 พร้อมผู้ต้องหา 9 คน มี นายนิมิตร์ เพชรรัตน์ เป็นกัปตันเรือ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเป็นผู้แถลงข่าวด้วยตนเอง แต่หลังจากผ่านไปไม่นานการแถลงข่าวถูกยกเลิก ให้เหตุผลว่า ต้องการขยายผลผู้ร่วมขบวนการก่อน

คดีนี้สืบเนื่องจากตำรวจน้ำมีการข่าวว่า จะมีการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลผิดกฎหมายเข้ามาเพื่อจำหน่ายในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน จึงนำเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวนจนถึงบริเวณปากร่องน้ำเจ้าพระยา พบเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ MIT A1 กำลังแล่นเข้ามาในร่องน้ำเจ้าพระยา ตรวจสอบพบของเหลวคล้ายน้ำมันดีเซลบรรทุกเกือบเต็มระวางเรือประมาณ 1,200,000 ลิตร แต่นายนิมิตร์ไม่สามารถนำเอกสารการได้มาของน้ำมัน รวมทั้งเอกสารสำคัญอื่นๆ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จึงควบคุมเรือเข้ามาจอดบริเวณปากคลองสรรพสามิต ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

ผ่านมาแค่ 3 วัน 19 ตุลาคม ตำรวจได้รับรายงานจากสายว่าจะมีการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน จึงนำเรือตรวจการณ์ออกลาดตระเวน ใกล้เกาะสีชัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบเรือบริการรับของเสีย ลักษณะต้องสงสัย จึงสั่งให้เรือหยุดขึ้นตรวจสอบ พบผู้ดูแลเรือและลูกเรือรวม 4 คน จากการตรวจสอบเรือลำดังกล่าวได้บรรจุน้ำมันดีเซล 400,000 ลิตร จึงขอดูเอกสารเกี่ยวกับการได้มา แต่ผู้ต้องหาไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ จึงจับกุมก่อนนำเรือมาจอดตรวจสอบที่บริเวณปากคลองสรรพสามิต จ.สมุทรปราการ

ความเหมือนของ 2 คดีนี้ คือน้ำมันเหล่านี้ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตแล้ว แต่นำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีทางศุลกากร เชื่อว่าทั้ง 2 คดีมีความเชื่อมโยงกัน เนื่องจากแผนประทุษกรรมมีความใกล้เคียงกัน

การจับกุมน้ำมันผิดกฎหมายล็อตใหญ่ขนาดนี้ เกิดคำถามจากสังคมทันทีว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของหรือผู้สั่งการต้องเป็นผู้มีอิทธิพล หรือมีตำแหน่งใหญ่โตในบ้านเมืองหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่า การที่ตำรวจสามารถขยายผลจับกุมน้ำมันผิดกฎหมายได้ล็อตใหญ่ขนาดนี้ ต้องมีความมั่นใจว่าจะสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ และไม่ว่าจะเป็นใครในบ้านเมือง หากกระทำความผิด จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบเส้นทางการค้าน้ำมันผิดกฎหมายในครั้งนี้ พบว่าต้นทางเริ่มจากการกลั่นน้ำมันดิบในประเทศไทย หลังจากนั้นจะนำเข้าสู่โรงงานเพื่อทำการผลิตน้ำมัน เมื่อเสร็จแล้วจะแจ้งกับทางศุลกากรว่าจะทำการส่งออกน้ำมันดิบไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่นส่งไป 1,200,000 ลิตร ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต ทันทีที่เรือบรรทุกน้ำมันผ่านน่านน้ำไทย อยู่ที่น่านน้ำสากล เรือจะจอดลอยลำกลางทะเล และจะมีเรืออีกลำมาถ่ายน้ำมันออก เพื่อนำกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย

ขบวนการนี้หากทำได้สำเร็จจะได้กำไรอย่างน้อยลิตรละ 10 บาท คูณกับจำนวน 1,600,000 ลิตร คิดเป็นเงิน 16 ล้านบาท นี่เฉพาะที่จับได้ ที่ยังจับไม่ได้ ไม่รู้มีอีกเท่าไร เพราะจนถึงขณะนี้ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนก็ยังแสวงประโยชน์กันต่อ ยิ่งในยุคน้ำมันแพง น้ำมันเถื่อนยิ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องเร่งกวาดล้างต่อไป