ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ทุจริตเงินอุดหนุนวัดที่ จ.จันทบุรี สะท้อนช่องโหว่ระบบจ่ายเงิน

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 ชวนท่านผู้ชม ตามความคืบหน้าคดี ที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ลงพื้นที่ค้นหาพยานหลักฐานคดีที่มีผู้ร้องทุกข์ว่า นายก อบจ.จันทบุรี - พระครูปลัดฯ พร้อมพวก ทุจริตเงินสร้างอาคารสำนักงานมูลนิธิฯ ในพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี จะขยายผลได้มากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้สะท้อนอะไรบ้าง ติดตามจากคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

เป็นข่าวครึกโครมเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. สนธิกำลังกับตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. นำหมายค้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 9 จุด ในจังหวัดจันทบุรี

เป้าหมายสำคัญ 2 จุด คือ บ้านของนายธนภณ กิจกาญจน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ในตำบลท่าใหม่ อำเภอท่าใหม่ และกุฏิสงฆ์ของ พระครูสุทธิตารกาภิรักษ์ หรือ พระครูปลัดณัฐดนัย เจ้าอาวาสวัดสุทธิวารี เจ้าคณะอำเภอสอยดาว และกรรมการมูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี

ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียน ให้ตรวจสอบความผิดปกติการเบิกจ่ายงบประมาณ ที่มูลนิธิพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี ขอเบิกจ่ายงบจัดสร้างพุทธมณฑลจังหวัดจันทบุรี เมื่อปี 2554-2556 จำนวน 106 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีการขอเบิกงบฯ 30 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างอาคารสำนักงานมูลนิธิฯ ในพุทธมณฑลฯ  แต่ปรากฎว่าในการก่อสร้างจริง มีการเขียนแบบแปลนขึ้นมาใหม่ ใช้เงินไปเพียง 12.7 ล้านบาท แต่กลับเบิกเงินไปเต็มจำนวน 30 ล้านบาท ที่เหลืออีกกว่า 17 ล้านบาท ไม่พบว่ามีการส่งคืน และต่อมายังพบว่า มีการทำเอกสารสัญญาเท็จเพื่อปกปิดการทุจริต ซึ่งตามกฎหมายตำรวจต้องสรุปสำนวนส่ง  ป.ป.ช.ภายในสามสิบวัน โดยเลขาธิการ ป.ป.ช.มองว่า กรณีนี้มีช่องว่างในส่วนของกระบวนการจ่ายเงิน

คดีนี้มีผู้ต้องหา 4 คน ทั้งหมดให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมั่นใจมีพยานหลักฐานชัดเจน เชื่อได้ว่ากระทำผิดจริง สามารถใช้ประกอบการพิสูจน์เรื่องการทำเอกสารหลักฐานเท็จ เพื่อปกปิดการเบิกจ่ายเงิน 30 ล้านบาท ในช่วงปี 2554-2555 ได้ หลังจากนี้จะขยายผลตรวจสอบย้อนหลังช่วงปี 2552-2556 ที่เบิกจ่ายงบประมาณ 106 ล้านบาท ก่อสร้างพุทธมณฑล จังหวัดจันทบุรี เช่น การก่อสร้างหอประชุมประมาณ 35 ล้านบาท การก่อสร้างพระประธาน ส่วนเงินที่ได้จากการทุจริต เบื้องต้นพบว่ามีการโอนต่อไปยังบุคคลอื่น ซึ่งต้องรอการตรวจสอบยืนยันเรื่องนี้อีกครั้ง ก่อนจะพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

คดีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของช่องโหว่การใช้เงินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปอุดหนุนองค์กรการกุศล ที่กฎระเบียบไม่เข้มงวดมากนัก ทำให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันในหลายพื้นที่

พรุ่งนี้เราจะย้อนรอยคดีเงินอุดหนุนวัดขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ รวม 60 วัด มูลค่าราว 800 ล้านบาท เพื่อนำไปก่อสร้างเตาเผาศพ และศาลาอนกประสงค์ ผ่านมาหลายปี ทำไมยังปิดสำนวนไม่ลง