เจาะประเด็นข่าว 7HD

ตีตรงจุด : เปิดวิธีแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

เจาะประเด็นข่าว 7HD ตีตรงจุดวันนี้ เกาะติดคดีสะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ กรณีพ่อเลี้ยงโหดทรมานลูกเลี้ยงอายุ 8 ขวบ จนเสียชีวิตที่จังหวัดสระบุรี ความไม่พอใจถึงพฤติกรรมที่เหี้ยมโหดคงเห็นได้จากภาพชาวบ้านในพื้นที่กรูเข้ารุมประชาทัณฑ์ขณะตำรวจคุมตัวไปทำแผนฯ แต่ยังมีคำถามในสังคมนอกจากพ่อเลี้ยงจะถูกดำเนินคดีแล้ว แม่แท้ๆ ที่ปล่อยให้เกิดการทรมานจะเข้าข่ายมีความผิดด้วยหรือไม่ การแก้ปัญหาเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความรุนแรงภายในครอบครัวควรทำอย่างไร

ทีมข่าวของเราสอบถามมุมมองทางกฎหมายไปที่ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง เกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านบอกว่าในทางกฎหมายพ่อเลี้ยงมีความผิดอยู่แล้วในคดีอาญา แต่สิ่งที่ทุกคนยังไม่รู้คือ ในทางกฎหมายหากพนักงานสอบสวนสืบทราบว่า แม่ของเด็กที่อยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ ทราบอยู่แล้วว่าพ่อเลี้ยงทำร้ายลูก และรู้เห็นทุกอย่าง แม้จะถูกข่มขู่ แต่ไม่เข้าทำการช่วยเหลือ จนเด็กถึงแก่ความตาย แม่ของเด็กจะมีความผิดด้วย โดยเข้าข่ายผิดกฎหมายมาตรา 374 ผู้ใดเห็นผู้อื่นตกอยู่ในภยันตรายแห่งชีวิต ซึ่งตนอาจช่วยได้ แต่ไม่ช่วยตามความจำเป็น เป็นความผิดฐานลหุโทษ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รองอธิบดีโกศลวัฒน์ ยังระบุถึงค่านิยมของคนไทย กรณีเรื่องของชาวบ้านอย่าเข้าไปยุ่งว่า ตามข้อกฎหมายเมื่อเกิดความรุนแรงในครอบครัว ระบุว่า เป็นหน้าที่ของทุกคน ที่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ เพื่อไม่ให้ความรุนแรงในครอบครัวนั้น นำพาไปสู่ความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

มาถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่าเราเข้าไปยุ่งเรื่องชาวบ้านจะดีจริงหรือ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง อธิบายเจตนารมณ์ของกฎหมายว่า การที่ให้ชาวบ้านเข้าไปยุ่งหรือช่วยเหลือนั้น ก็เพื่อตัวชาวบ้านเอง เพราะหากปล่อยให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว เด็กอาจมีภาพจำและพฤติการณ์เลียนแบบ เมื่อโตขึ้นมาจะมองว่าการพูดจาหยาบคาย หรือการใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ จนนำความเดือดร้อนมาสู่คนในชุมชน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันเหตุในอนาคต เพื่อนบ้านสามารถเข้าไปข้องเกี่ยวได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย

มีคำแนะนำจากรองอธิบดีโกศลวัฒน์ กรณีเกิดความรุนแรงในครอบครัวว่า คนในบ้านไม่ควรอดทนต่อความรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะอาจเกิดเหตุบานปลายในอนาคตได้ ซึ่งในแต่ละจังหวัดจะมีอัยการคุ้มครองสิทธิ์ เมื่อเกิดความรุนแรงในครอบครัว ทุกคนสามารถเข้าไปขอความช่วยเหลือได้ ซึ่งข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ และทางอัยการฯ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. หาแนวทางช่วยเหลือและป้องกันเหตุต่อไป