ข่าวในพระราชสำนัก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช พุทธศักราช 2564

เวลา 17.39 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี

โอกาสนี้ ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้น ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า สมเด็จพระปิยมหาราช อันมีความหมายว่า "พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย" รัฐบาลจึงประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันปิยมหาราช

อนึ่งตลอดทั้งวัน มีคณะบุคคลต่าง ๆ อาทิ คณะองคมนตรี, หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน นำพวงมาลาไปถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ซึ่งเป็นคุณอเนกอนันต์ต่อประเทศไทยและราษฎร ตั้งแต่การประกาศเลิกทาส, การปฏิรูประบบราชการ, ด้านการสาธารณูปโภค เช่น การสร้างรถไฟ การสร้างถนน การขุดคลองต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคม และส่งเสริมการเพาะปลูก ส่วนด้านการศึกษา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างโรงเรียนขึ้นหลายแห่ง ทำให้ประเทศไทยมีความเจริญทัดเทียมนานาอารยประเทศ

เวลา 17.49 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานในวันปิยมหาราช พุทธศักราช 2564 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการนี้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้น บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี, สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี และพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งบุษบกมาลา แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย

จากนั้น ทรงศีล เมื่อพระราชาคณะถวายศีล และพระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ 10 รูป และสดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทรงกราบพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา และทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิ และพระอัฐิ ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2396 เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ทรงได้รับการกราบบังคมทูลเชิญขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์สืบต่อจากสมเด็จพระบรมราชชนกนาถ เมื่อปี 2411 ทรงพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ และเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2453 โดยทรงครองสิริราชสมบัติ 42 ปี

ข่าวอื่นในหมวด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง