ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : เปิดอัตราสินบน จับโกงเลือกตั้งท้องถิ่น

ข่าวภาคค่ำ - เหลืออีกแค่ 34 วัน ก็จะถึงวันเลือกตั้งสมาชิก อบต. และนายก อบต.ทั่วประเทศทั้ง 5,300 แห่งแล้ว มีข้อมูลเงินสะพัดหลักหมื่นล้าน การจับทุจริตเลือกตั้งของ กกต.จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน มีรูปแบบใดให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมบ้าง ติดตามในคอลัมน์หมายเลข 7 กับ คุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

เป็นผลสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 369 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 23-30 กันยายน พบว่าทั้งพิษโควิด-19 และปัญหาอุทกภัย เป็นปัจจัยลบที่ทำให้ดัชนีผู้บริโภคลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าช่วงหาเสียงเลือกตั้งของ อบต. ก่อนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 28 พฤศจิกายน จะมีเงินสะพัดราว 20,000-30,000 ล้านบาท น่าจะฉุดสถานการณ์เศรษฐกิจขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนนี้ ไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน

แต่ในมุมกลับกัน เงินสะพัดช่วงเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการทุจริตที่อาจบานสะพรั่งตามไปด้วย โดยเฉพาะ อบต.ซึ่งเป็นพื้นที่เล็ก คาดการณ์กันว่าการซื้อเสียงอาจเป็นไปอย่างดุเดือด หัวละ 1,000-2,000 บาท เลยทีเดียว

หน้าที่จับทุจริตเลือกตั้งไม่ได้เป็นของ กกต.เท่านั้น เพราะประชาชนคือกลไกสำคัญที่จะแจ้งเบาะแสในการตรวจจับโกงเลือกตั้ง จึงมีการเปิดช่องทางการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน ตาสับปะรด ให้รายงานทุจริต โดยแจ้งเหตุการณ์ทุจริตเลือกตั้ง 1 ครั้งต่อ 1 เรื่องเท่านั้น และต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่กลั่นแกล้งหรือใส่ร้าย ไม่ทำผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังมีสายด่วน 1444 ให้แจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้งได้ด้วย มีสิทธิได้รับรางวัลถึง 100,0000 บาท

คอลัมน์หมายเลข 7 ตรวจสอบบัญชีอัตราการให้รางวัล แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ ถ้าแจ้งเบาะแสจนทำให้ กกต.สั่งเลือกตั้งใหม่ ได้เงินรางวัล 25,000-100,000 บาท แต่ถ้าไปถึงขั้น กกต.ระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว เพิ่มเพดานไปถึง 200,000 บาท ยิ่งถ้าไปไกลถึงขั้นศาลฎีกา หรือศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้เลือกตั้งใหม่ เพดานก็สูงตามไปด้วย โดยอยู่ในอัตราไม่เกิน 400,000 บาท สูงสุดคือ 500,000 บาท หากศาลฎีกา หรือ ศาลอุทธรณ์ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

หลังรับสมัครเลือกตั้ง อบต.มา 9 วัน ยังไม่มีการร้องเรียนเรื่องทุจริตเข้ามาที่ กกต. ก่อนหน้านี้ พันตำรวจเอกจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ได้มอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด และผู้บริหารกลุ่มภารกิจสืบสวนสอบสวน ให้ความสำคัญกับภารกิจป้องปรามทุจริตเลือกตั้ง ย้ำว่าหากพบการกระทำความผิด ดำเนินการตามกฎหมายทุกรายไม่มียกเว้น

28 พฤศจิกายนนี้ จะได้การเลือกตั้งสุจริตแค่ไหน คนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดคือ ประชาชน หยุดขายเสียง จุดเปลี่ยนประเทศ

ข่าวอื่นในหมวด