เช้านี้ที่หมอชิต

ชาวบ้านริมโขงแจง แยกให้ออกระหว่างบั้งไฟพญานาค กับลูกปืน

เช้านี้ที่หมอชิต - ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ออกมาชี้แจงว่า บั้งไฟพญานาคมีมาเป็นร้อยปีมาแล้ว ขอให้แยกแยะให้ออกระหว่างลูกไฟ กับลูกปืน เพราะมีความแตกต่างกัน

จากกรณีที่การพิสูจน์บั้งไฟพญานาค และมีการยื่นหนังสือกับสถานทูตลาว ถึงเรื่องของบั้งไฟพญานาค ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ เมื่อวานนี้ (26 ต.ค.) ชาวบ้านริมแม่น้ำโขงที่ อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ได้มีการจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทุกคนล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นสิ่งที่ชาวริมน้ำโขงเห็นมานานนับร้อยปีแล้ว และบอกเล่ากันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า

นายสาคร วงศ์ชาญศรี อายุ 72 ปี ชาวอำเภอโพนพิสัย เปิดเผยว่า ในเขตพื้นที่อำเภอโพนพิสัย เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นการยิงปืน เมื่อก่อนนี้ชาวบ้านในพื้นที่จะเรียกว่า บั้งไฟผี ที่พบเห็นกันมายาวนานหลายสิบปี แต่ตนเองก็ตอบไม่ได้ว่า บั้งไฟผีเกิดจากอะไร แต่ตอบได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และต้องแยกให้ออกว่าอันไหนลูกไฟ อันไหนลูกปืน ถ้าเป็นปืนต้องมีเสียง

ด้าน นายขาว สิงหศิริ เปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ.2509 สมัยนั้นเคยพายเรือแข่งขันในแม่น้ำโขง ยืนยันว่า เคยเห็นลูกไฟสีแดงพุ่งขึ้นจากข้างเรือ สูงประมาณ 3 เมตร ขึ้นมาเยอะมากจนตกใจ และพระในวัดบอกให้รีบขึ้นจากน้ำโขง เพราะเชื่อว่าเป็นลูกไฟผี นอกจากนี้ ตามปลักควาย ห้วยหลวง ลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง ก็มีเกิดขึ้นเป็นชุด ชุดละ 10-20 ลูก ไม่มีเสียง สีสวย เมื่อก่อนเรียก บั้งไฟผี เพิ่งมาเปลี่ยนเรียกเป็นบั้งไฟพญานาคเมื่อไม่นานมานี้