7HDร้อนออนไลน์

“หมอเดว”กุมารแพทย์ชื่อดัง ชี้!พฤติการณ์”หนึ่ง จักรวาล” ไม่สมควรทำ! ถ้าเห็นเป็นเรื่องปกติ จะอันตรายต่อตัวเด็กในอนาคต เตือนถึงพ่อแม่ทุกคนให้ระมัดระวัง

“หมอเดว”กุมารแพทย์ชื่อดัง ชี้!พฤติการณ์”หนึ่ง จักรวาล” ไม่สมควรทำ! ถ้าเห็นเป็นเรื่องปกติ  จะอันตรายต่อตัวเด็กในอนาคต เตือนถึงพ่อแม่ทุกคนให้ระมัดระวัง
เรียกว่าเป็นประเด็นร้อนแรง จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ไทยอันดับ 1  กรณี  “หนึ่ง จักรวาล” หรือ นายจักรวาร เสาธงยุติธรรม นักดนตรีและโปรดิวเซอร์เพลงชื่อดัง ได้โพสต์คลิปและภาพแสดงความรักต่อลูกสาว  แต่ชาวโซเชียล มองว่าเกินเลยและไม่เหมาะสม จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางหลากมุมมอง  ซึ่งภายหลังเจ้าตัว คือ”หนึ่ง จักรวาล“ ได้ โพสต์ขออภัย กรณีจับก้นลูก หรืออะไรก็ตาม และขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง   ต่อจากนี้ จะระมัดระวังในการแสดงออกความรักกับลูกให้เหมาะสม  และขอสนับสนุนการแสดงออกถึงความรักในครอบครัวให้อยู่ในขอบเขต และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน  แต่ปรากฎว่าชาวโซเชียลก็ยังโจมตีไม่หยุด

ล่าสุด รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผอ.ศูนย์คุณธรรม ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “บันทึกหมอเดว” ว่า มีผู้สอบถามความเห็นกรณี trend twitter
#บุคคลดังที่เป็นคุณพ่อแสดงความรักกับลูกสาวด้วย การล้วงจับลูบคลำขณะเรียนรู้ด้วยกันนั้น
(โดยรศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี)
!!## กรณีเช่นนี้ไม่สมควรกระทำ!!##
โปรดเข้าใจด้วยทัศนคติ ว่า
#ลูกไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของพ่อแม่ที่อยากจะทำอะไรก็ได้แบบไหนก็ได้
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ที่พ่อแม่ต้องรู้ ด้วย เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ ที่ต้อง ปกป้องคุ้มครอง อยู่รอดปลอดภัย ได้รับการพัฒนาและ สามารถอยู่ร่วมในสังคมได้ สิ่งที่การกระทำนี้ไม่เหมาะสม คือ
1.การไม่เคารพศักดิ์ศรีของลูก
2.พ่อขาดการฝึกหัดให้ลูกเกิดการเรียนรู้ sense of Property ด้วยการนำภาพลงใน สื่อสาธารณะ โดยไม่กังวล ผลกระทบต่อลูกสาวผู้ถูกถ่ายภาพ แม้จะยินยอมก็ตาม
3.เป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องสอนให้ลูกรู้จักการปกป้องคุ้มครองตนเอง จากภยันตรายลักษณะคล้ายกันที่อาจเกิดขึ้นได้
และควรฝึกให้ลูกสาว มีสภาวะเข้าวัยรุ่น ที่สรีระจะเกิดการปป.ต่อไปในไม่ช้า เพื่อปกป้องตนเองมากกว่า การใช้เหตุผลเพียงเพราะแสดงความรัก
4.เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก และยิ่งนำลงสื่อสาธารณะ #เป็นสิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง!!!
5.เด็ก สุ่มเสี่ยงต่อการเกิด sexual harrassment and #AtraumaticSexualization
ที่ต่อไปข้างหน้าเด็กอาจนึกว่าปกติได้ ซึ่งจะเกิดความเสี่ยงต่อตัวเด็กภายภาคหน้าได้อย่างไม่คาดคิด
6.เด็กจะอยู่ร่วมในสังคมที่ใกล้ชิดลำบากมากขึ้น

Cr.ขอบคุณเฟซบุ๊ก: บันทึกหมอเดว