7hdร้อนออนไลน์

โรคระบาดและน้ำท่วมทำให้ฟาร์มสุกรเดือดร้อนต่อเนื่อง

โรคระบาดและน้ำท่วมทำให้ฟาร์มสุกรเดือดร้อนต่อเนื่อง
เศรษฐศาสตร์ตลาดสด ปัญหาโรค PRRS ที่ระบาดตั้งแต่ต้นปี ส่งผลกระทบต่อฟาร์มสุกรอย่างมากทั่วประเทศ โรค PRRS ก่อให้เกิดอาการทางระบบสืบพันธุ์ และทางเดินหายใจ อัตราการเกิดมัมมี่และลูกตายแรกคลอดสูงและก่อให้เกิดการตายในสัตว์ป่วยมากกว่าร้อยละ 80 สามารถแพร่กระจายได้ง่ายไปกับยานพาหนะ คน สัตว์หรือซากสัตว์ ประกอบกับในบางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมมีผลต่อปัญหาโรงฆ่าสัตว์ปิดตัวและปัญหาด้านการขนส่งด้วยเช่นกัน

ข้อมูลจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สถานการณ์การเลี้ยงสุกรในปัจจุบันคาดว่าประเทศไทยจะมีแม่สุกรจำนวน 8 แสนตัว ลดลงจากปกติที่มีจำนวน 1.1 ล้านตัว คิดเป็นผลผลิตสุกรที่หายไปจากระบบประมาณร้อยละ 30 ทำให้คาดว่าไทยจะมีการผลิตสุกรขุนจำนวน 15 ล้านตัวต่อปี จากเดิมที่มีการผลิตที่ 19-20 ล้านตัวต่อปี หรือลดลงร้อยละ 25 เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั้งรายย่อย รายกลาง และรายใหญ่ ต่างมีความระมัดระวังในการนำสุกรเข้าเลี้ยง โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ประสบกับปัญหาการขาดทุนสะสม ส่งผลให้ผลผลิตสุกรขุนที่ออกสู่ตลาดจึงมีจำนวนน้อยลงไปด้วย ในขณะเดียวกันเกษตรกรยังประสบปัญหาต้นทุนการผลิต เนื่องจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นปัญหาที่ทำให้ฟาร์มสุกรรายย่อยเดือดร้อนอย่างหนัก

เศรษฐศาสตร์ตลาดสด ขอย้อนเล่า โรค AFS และ PRRS มีผลต่อฟาร์มสุกรมากขนาดไหน เกษตรกรได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคในสุกร จาก โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจประเทศไทย เกษตรกรต้องสูญเสียสุกรที่ป่วยตายจากโรคถึงปีละร้อยละ 30 มีผลต่อการเลี้ยงฟาร์มสุกร ส่วนโรค Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome (PRRS) หรือเพิร์ส เป็นโรคติดต่อและแพร่กระจายเชื้อในกลุ่มสุกร จะเกิดขึ้นผ่าน การหายใจ สารคัดหลั่งและการสัมผัสสุกรป่วยโดยตรง ผ่านทางอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ภายในฟาร์ม รวมถึงผ่านทางการผสมพันธุ์ในฝูงพ่อแม่พันธุ์ และปนเปื้อนไปกับยานพาหนะในขั้นตอนการขนส่งสุกรหรือซากสุกร โดยแม่สุกรจะแสดงอาการทางระบบสืบพันธุ์ เช่น อัตราการผสมติดต่ำ แท้งลูกในช่วงท้ายของการอุ้มท้อง ลูกสุกรตายแรกคลอดมากผิดปกติ ส่วนลูกสุกรหย่านมจะแสดงอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ สุกรป่วยมีไข้ นอนสุมกัน ตัวแดง ไม่กินอาหาร อ่อนแอ ท้องเสีย เลี้ยงไม่โต แคระแกร็น และอัตราเสียหายระหว่างการเลี้ยงสูงมาก ตั้งแต่ต้นปีพบจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 50 จังหวัด โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ฟาร์มขนาดเล็กและกลางเทขายสุกรทำให้ราคาสุกรตกต่ำ

ลองมาดูกันว่าวิธีการการป้องกันโรคนี้ทำได้อย่างไร  สิ่งที่สำคัญคือ เกษตรกรต้องให้ความสำคัญกับการจัดการฟาร์มและสุขาภิบาลที่ดี เน้นความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) มีการดูแลด้านการจัดการโรงเรือน หรือคอกสัตว์ที่ดี ทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อเพื่อเตรียมคอกเลี้ยง ในฟาร์มเลี้ยงของเกษตรกรรายย่อยจำเป็นต้องให้ความใส่ใจในเรื่องการให้อาหารสุกร โดยต้องงดใช้อาหารที่ไม่ทราบแหล่งที่มา หรือหากถ้าจำเป็นต้องให้ก็ต้องทำให้ร้อน เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนมาได้ ถือเป็นการลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเกษตรกรจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ โดยลงทุนจัดทำจุดรับ-ส่งสุกรให้ห่างจากบริเวณพื้นที่เลี้ยงมากที่สุด และต้องพ่นยาฆ่าเชื้อทุกครั้งที่มีการจับสุกรขาย เป็นต้น (อ้างอิงจากคำแนะนำบางส่วนของ น.สพ.ดร.นิติพงศ์ หอมวงษ์ อาจารย์ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

ถึงแม้ว่าโรค PRRS นี้มีวัคซีนที่สามารถใช้ป้องกันโรคได้ แต่ปริมาณวัคซีนที่มีจำหน่ายในประเทศไทยยังมีไม่เพียงพอ มีราคาสูง ที่สำคัญการใช้วัคซีนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการป้องกันโรค ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์ม หากพบสัตว์ป่วยหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ อย่านำไปจำหน่าย ต้องรีบแจ้งปศุสัตว์อำเภอ อาสาปศุสัตว์ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที เพื่อให้การช่วยเหลือ และตรวจสอบโดยเร็ว หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อหน่วยงานดังกล่าว หรือสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) กรมปศุสัตว์

ปัญหาโรคระบาดในฟาร์มสัตว์มีมาอย่างต่อเนื่อง กรณีฟาร์มสุกรคาดว่ามูลค่าความเสียหายโดยรวมไม่ต่ำกว่า 150,000 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งยังส่งผลเสียต่อโอกาสในการส่งออกสุกรมีชีวิต เนื้อสุกรแช่แข็งและผลิตภัณฑ์สุกร ซึ่งมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 22,000 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งในปีนี้ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศฉับพลันก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เกษตรกรต้องเรียนรู้วิธีป้องกันและรับมือแก้ปัญหา ภาครัฐก็พยายามเร่งช่วยบรรเทาผลกระทบและแก้ปัญหาให้ถูกจุดโดยมีข้อเสนอเชิงนโยบายในโครงการฟื้นฟูเยียวยาและปรับโครงสร้างการเลี้ยงสุกรของเกษตรกรรายกลางถึงรายย่อยทั้งประเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันแบบยั่งยืน

ร่วมด้วยช่วยกันให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้