7HDร้อนออนไลน์

พลเอกประวิตร ลุยภาคใต้ตรวจงานการพัฒนาเศรษฐกิจ ความมั่นคงชายแดน แก้อุทกภัย ช่วยเหลือประชาชน

(6 พ.ย. 64) พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามงานด้านการพัฒนาและด้านความมั่นคงในพื้นที่ และเป็นประธานประชุมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาด้านการค้าชายแดนตามมติ กพต. ครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 ณ ห้องประชุมศาลากลาง จังหวัดนราธิวาส ร่วมรับฟังผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการและข้อเสนอการบริหารจัดการด่านในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย ด่านตากใบ ด่านบูเก๊ะตา และด่านสุไหงโก-ลก รวมทั้งรับฟังข้อเสนอการพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อผลักดันไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ในการดำเนินงานสูงสุด

ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า มติกพต.ครั้งที่ 3/2564 เห็นชอบให้ ศอ.บต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการพัฒนาด่านชายแดนจำนวน 3 ด่าน ผ่านโครงการจัดซื้อที่ดินเพื่อการขยายด่านบูเก๊ะตา จังหวัดนราธิวาส เพื่อเชื่อมต่อด่านศุลกากรให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และโครงการจัดหาเครื่องคัดกรองทางการแพทย์ของด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา และด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อยกระดับการบริการให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ให้สูงขึ้นภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด19 ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจการค้าชายแดน ในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้จะประสบปัญหาของการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 แต่มูลค่าด้านการค้าชายแดนของพื้นที่ยังอยู่ ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าและส่งออกรวม 586,374.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่มีมูลค่านำเข้าสินค้าและส่งออกรวม 457,263.03 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.23 ซึ่งหากมีการพัฒนาต่อเนื่องในรอบด้านทุกมิติ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบอำนวยความสะดวก การสร้างความปลอดภัยทางการแพทย์ในการเข้า-ออก จะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนสูงขึ้น และยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้นในภาพรวมต่อไป โดยที่ผ่านมา ศอ.บต. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาตามนโยบายรัฐบาล ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี  รองนายกรัฐมนตรี และมติคณะกพต. ในการยกระดับด่านชายแดนทั้ง 9 แห่งในพื้นที่ชายแดน ให้เป็นประตูรองรับการค้าการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามีความก้าวหน้าตามลำดับ ทั้งการอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า และการเดินทางเข้าออกของประชาชน และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ได้เตรียมดำเนินการที่ด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการจัดหาและติดตั้งระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์สินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์แบบขับ ผ่าน (DRIVE-THROUGH X-RAY SCANNER) โครงการก่อสร้างห้องน้ำและอาคารละหมาด รวมถึงโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณด่านศุลกากรแห่งใหม่ ในส่วนของด่านศุลกากรตากใบ จังหวัดนราธิวาส ดำเนินกิจกรรมเร่งด่วนการจัดหาแพขนานยนต์ข้ามฟาก 1 ลำ อยู่ระหว่างการดำเนินการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในเดือนธันวาคม 2564 นี้ โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 9 เดือน คาดว่าจะสามารถส่งมอบแพขนานยนต์ ได้ภายในเดือนกันยายน 2565

พลเอก ประวิตร ได้กล่าว ขอบคุณ หัวหน้าส่วนราชการที่มาร่วมต้อนรับ และร่วมประชุมติดตามงานด้านการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ การค้าชายแดน เป็นเรื่องที่ทุกหน่วยต้องเร่งดำเนินการ ตามที่ ครม. ได้มีมติรับทราบไว้แล้ว เพราะสามารถทำรายได้ให้กับประเทศได้เป็นอย่างมาก ผมรับทราบว่าในปี 2564 ที่ผ่านมา ด่านการค้าชายแดนทั้ง 9 ด่าน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถสร้างมูลค่าได้เป็นจำนวนมากถึง 319,749 ล้านบาท แม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด19 อยู่ก็ตาม โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกยางพารา ซึ่งเป็นรายได้หลักของเกษตรกรในพื้นที่มากถึง 18,950 ล้านบาท รวมไปถึงการเพิ่มจำนวนสินค้าเกษตรที่ผลิตจากพื้นที่เพื่อส่งออก ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ ให้กับประชาชนมากขึ้นอีกด้วย ดังนั้น หากเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการในทุกด้าน ที่เป็นเรื่องการค้าชายแดนก็จะยิ่งทำให้ประชาชนมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นได้ ดังนั้นให้ ศอ.บต. ไปเร่งรัด ประสานงาน ผลักดันการทำงานของทุกส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว ให้สามารถขับเคลื่อนการทำงานทุกเรื่องตามแผนงานโครงการและกิจกรรมให้มีความเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องที่ยังไม่สามารถดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลก ที่อำเภอสุไหงโกลก และอำเภอตากใบ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย สภาพัฒน์ฯ และ ศอ.บต. ร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เกิดเป็นความสำเร็จโดยเร็ว ในส่วนปัญหาและอุปสรรคที่จำเป็นจะต้องเสนอให้รัฐบาลประสานงาน หรือเร่งรัดแก้ไข ให้ ศอ.บต. รวบรวม วิเคราะห์ และเสนอเรื่องไปยัง กพต. เพื่อพิจารณาโดยเร็ว

ภายหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นคณะรองนายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังปากแม่น้ำเทพา ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่  ทั้งสถานการณ์น้ำท่วม ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งเป็นปัญหามาอย่างยาวนานและประชาชนได้รับผลกระทบโดยรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเน้นย้ำ ให้สำนักงานทรัพยากรแห่งชาติ (สทนช.) เร่งเสนอแผนหลักที่ศึกษาแล้ว เพื่อการขับเคลื่อนโดยเร็ว รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง โดยเฉพาะเฝ้าระวังพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วมในช่วงนี้ พร้อมทั้งวางแผนเผชิญเหตุควบคู่กับการเก็บน้ำสำรองไว้รองรับในช่วงฤดูแล้งต่อไป