7HD ร้อนออนไลน์

ครม.อนุมัติงบ 1,334 ล้านบาท สานต่อมาตรการแก้โควิด-19 โดยจัดซื้อ "ยาโมลนูพิลาเวียร์" 500 ล้านบาท

ครม.อนุมัติงบ 1,334  ล้านบาท สานต่อมาตรการแก้โควิด-19 โดยจัดซื้อ "ยาโมลนูพิลาเวียร์" 500 ล้านบาท
วันนี้ (9 พ.ย.64) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคระรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. รับทราบโครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ : กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระยะการระบาดระลอกเมษายน 2564 ประจำปีงบประมาณ 2565 พร้อมอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 งบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จำนวน 1,334.945 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 หน่วยงาน ดังนี้
1. สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 528,400,000 บาท
2. กรมการแพทย์ จำนวน 500,000,000 บาท ใช้สำหรับจัดซื้อยาโมลนูพิราเวียร์
3. กรมควบคุมโรค จำนวน 58,165,000 บาท 
4. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จำนวน 248,380,000 บาท 

อีกทั้งยังอนุมัติขยายระยะเวลาการดำเนินกิจกรรม และใช้จ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี และเงินเหลือจ่ายจากโครงการที่ ครม.ได้มีมติให้ความเห็นชอบแล้ว ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 และ วันที่ 10 สิงหาคม 2564 ซึ่งขยายเวลาไปจนถึงเดือนธันวาคม 2564

สำหรับโครงการแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่ : กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระยะการระบาดระลอกเมษายน 2564 ประจำปีงบประมาณ 2565 มีวัตถุประสงค์ 4 ด้าน ประกอบด้วย
ด้านการสร้างความเชื่อมั่น ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) หรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามหลักการแพทย์และสาธารณสุข
ด้านการสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ทำให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันหมู่ และมีความปลอดภัยจากการเสียชีวิตจากโควิด-19 รวมถึงการรักษาระดับความมั่นคงด้านสาธารณสุขได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศกลับมาฟื้นตัว มีอัตราเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เป็นไปตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล
ด้าน เสริมสร้างสังคมและวัฒนธรรม ให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมด้านสังคมและวัฒนธรรมตามเดิมได้ โดยยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรค DMHTTA

ทั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชากรในประเทศไทย บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ปฏิบัติงานด่านหน้า กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ ได้รับการดูแลป้องกัน รักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง สะดวก และรวดเร็ว ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ได้รับการดูแลรักษาจากหน่วยบริการสถานพยาบาลตามระบบการสาธารณสุขที่รัฐจัดให้ตามสิทธิที่พึงได้ ระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน ช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม 2564

ข่าวอื่นในหมวด