สนามข่าว 7 สี

จับตา แนวโน้มฆ่าตัวตาย เพิ่มสูงขึ้น

ข่าวการฆ่าตัวตาย เป็นข่าวที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิด-19 พบตัวเลขสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กรมสุขภาพจิต ระบุข้อมูล อัตราการฆ่าตัวตายของคนไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ตลอดปี 2563 จนถึงขณะนี้ อัตราการฆ่าตัวตายของคนไทยเพิ่มขึ้นจากปี 2562 คือ จาก 6.64 หรือประมาณ 4,400 ราย เป็น 7.35 หรือประมาณ 4,800 ราย ต่อประชากร 100,000 คน

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า การเพิ่มขึ้นในอัตรานี้ คล้าย ๆ กับการเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นร้อยละ 20-30 ในช่วง 3 ปี หลังเกิดวิกฤต

สถิติฆ่าตัวตาย อันดับ 2 ของอาเซียน
ข้อมูลที่เผยแพร่ล่าสุดในปี 2562 (2019) ไทยยังอยู่ในอันดับต้น ๆ เป็นรองเพียง สิงคโปร์ เท่านั้น

ปัญหาหรือปัจจัยสำคัญ การฆ่าตัวตาย
1. ปัญหาความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ทั้งคนใกล้ชิด และคนในครอบครัว
2. ปัญหาสุขภาพทางจิต และสุขภาพกาย เช่น ภาวะซึมเศร้า มีโรคประจำตัวเรื้อรัง
3. ปัญหาความเครียดเรื่องเศรษฐกิจ และค่าใช้จ่าย วิกฤตโควิด-19 คนตกงาน ธุรกิจขาดทุน หมดตัว ปัญหาเงินใช้จ่ายในครอบครัวไม่เพียงพอ หาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้
4. ปัญหาการใช้สุรา และสารเสพติด

ปัญหาหนี้สิน ทำยอดฆ่าตัวตายพุ่ง
ข้อมูล กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยผลการสำรวจและจัดเก็บข้อมูล โดยคณะทำงานศึกษาวิจัย เรื่องแนวทางแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายจากปัญหาหนี้สิน พบว่า ปี 2560 - สิงหาคม 2564 อัตราการฆ่าตัวตายจากปัญหาหนี้สินมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี

พื้นที่ที่พบการฆ่าตัวตายมากที่สุด คือ ภาคกลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และ กทม. ภาคตะวันตก และ ภาคใต้

อัตราการฆ่าตัวตาย แยกตามอาชีพ
อัตราการฆ่าตัวตายแยกตามกลุ่มอาชีพ มากที่สุด คือ กลุ่มไม่มีรายได้ประจำ รองลงมาเป็น พนักงานทั่วไป ธุรกิจส่วนตัว อาชีพอิสระ รับราชการ และ เกษตรกร

- อาชีพค้าขาย ร้อยละ 36
- รับจ้าง ร้อยละ 18 
- พนักงานทั่วไป ร้อยละ 20 
- ธุรกิจส่วนตัว และอาชีพอิสระ ร้อยละ 8
- รับราชการ ร้อยละ 6 
- เกษตรกร ร้อยละ 4

**กลุ่มที่ไม่มีรายได้ประจำ และกลุ่มพนักงานที่มีรายได้น้อย จะมีอัตราฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับต้น ๆ สอดคล้องกับช่วงอายุแต่ละเพศที่อยู่ในวัยทำงาน ต้องรับผิดชอบครอบครัว ขณะที่ ช่วงอายุต่ำกว่า 20 ปี มักเป็นกรณีถูกกระทำให้เสียชีวิตพร้อมครอบครัว

สำหรับช่วงวัยผู้เสียชีวิตทั้ง 60 คน ผู้ชายมักอยู่ในช่วงอายุ 51-60 ปี ส่วนผู้หญิงมากสุดอยู่ในช่วงอายุ 41-50 ปี

5 สัญญาณเตือน เสี่ยงฆ่าตัวตายในโลกโซเซียล
กรมสุขภาพจิต กังวลสัญญาณการฆ่าตัวตายต่าง ๆ ในโลกโซเชียล แม้ว่าในปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก จะมีกลไกป้องกันการถ่ายทอดภาพและวิดีโอการทำร้ายตัวเอง หรือการฆ่าตัวตายออนไลน์มากขึ้นแล้ว แต่ยังคงพบข้อความส่งสัญญาณที่มีความเสี่ยงในการฆ่าตัวตายอยู่ เช่น ข้อความสั่งเสีย ข้อความบอกลา ข้อความวางแผนการทำร้ายตัวเอง

1. โพสต์สั่งเสียเป็นนัย ๆ "ขอบคุณ ขอโทษ ลาก่อน"
2. โพสต์เกี่ยวกับความตาย "ไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว
3. โพสต์เกี่ยวกับ "ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน" 
4. โพสต์ "รู้สึกผิด ล้มเหลว ผิดหวังในชีวิต" 
5. โพสต์ "เป็นภาระของผู้อื่น รู้สึกไร้ค่า"

ทำอย่างไร เมื่อพบสัญญาณเสี่ยงฆ่าตัวตายในโซเชียล
1. แสดงความเต็มใจช่วยเหลือ หรือให้คำแนะนำอย่างจริงใจ
2. ยอมรับว่า สิ่งที่โพสต์นั้นเป็นปัญหาของเขาจริง ๆ
3. ให้กำลังใจ สร้างความหวัง ให้เห็นว่าปัญหาแก้ไขและผ่านไปได้
4. พิมพ์ข้อความให้คำปรึกษา ปลอบใจให้มีสติ ค่อย ๆ หาทางออก
5. ชักชวนให้ออกมาทำกิจกรรมข้างนอก อย่าให้อยู่ลำพัง
6. ถ้าไม่ใช่คนในครอบครัว ให้บอกญาติเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด
7. แนะนำช่องทาง ให้คำปรึกษา 
8. ติดต่อหาแหล่งช่วยเหลือในพื้นที่

จำง่ายๆ 3 ส. ลดเสี่ยง ฆ่าตัวตาย
- สอดส่อง มองหา
- ใส่ใจรับฟังด้วยความเข้าใจ 
- ส่งต่อเชื่อมโยง 

**สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง